"หุ้นไทย" เช้านี้ (9 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,581.84 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.16 จุด หรือ 1.29% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจาก ตลาดได้แรงหนุนการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นำโดย DELTA หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางผ่อนคลายลงชั่วคราว โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรสลับเข้ามาในกลุ่มหุ้นที่เคยได้รับผลกระทบจากสงคราม เช่น กลุ่มท่องเที่ยว สายการบิน และค้าปลีก
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (9 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดเช้าที่ 1,581.84 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.16 จุด หรือ 1.29% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,583.30 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,570.48 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 42,655.51 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 358.00 บาท เพิ่มขึ้น 20.00 บาท หรือ 5.92% มูลค่าซื้อขาย 6,192.36 ล้านบาท
- GULF ราคาปิด 64.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 4,077.49 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 198.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 1.00% มูลค่าซื้อขาย 3,100.58 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 35.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.71% มูลค่าซื้อขาย 2,277.78 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 137.50 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 1.08% มูลค่าซื้อขาย 2,036.45 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดรีบาวด์หลังจากปรับตัวลงแรงจากหุ้น DELTA ที่ย่อตัวตามหุ้นเทคโนโลยีโลก ทั้งนี้สถานการณ์สงครามที่ผ่อนคลายลงชั่วคราวจะหนุนให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง และส่งผลให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รีบาวด์ตาม
มีแรงเก็งกำไรสลับเข้ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม เช่น ท่องเที่ยว สายการบิน โรงไฟฟ้า ขนส่ง ค้าปลีก และวัสดุก่อสร้าง ด้านตลาดหุ้นเอเชีย (เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน) มีโอกาสรีบาวด์เช่นกัน ขณะที่หุ้นขนาดกลางและเล็กในประเทศมีปัจจัยบวกจากการประกาศหุ้นเข้าออกดัชนี ฟุตซี่ เซ็ต อินเด็กซ์ ซีรีส์ ซึ่งจะมีผลในวันที่ 22 มิ.ย. นี้
ปัจจัยต่างประเทศได้แรงหนุนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลงในระยะสั้น หลังอิหร่านประกาศหยุดยิงต่ออิสราเอลชั่วคราว และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พูดคุยกับผู้นำอิสราเอลเพื่อหาทางออกร่วมกัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ชะลอการปรับขึ้น
ประเด็นนี้เปิดโอกาสให้สินทรัพย์เสี่ยงและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ มีแรงเก็งกำไรกลับเข้ามา อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ซื้อขายอย่างระมัดระวังเนื่องจากยังมีปัจจัยกดดันจากการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกของหุ้น สเปซเอ็กซ์ ในวันที่ 11 มิ.ย. ก่อนเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 12 มิ.ย. รวมถึงการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่อาจกระทบต่อทิศทางดอกเบี้ย
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกระยะยาวจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2569 ที่สถาบันการเงินชั้นนำอย่าง ดอยแบงก์ และ แบงก์ออฟอเมริกา ประเมินว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดกระตุ้น ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ของสหรัฐ ได้สูงถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยกลุ่มสื่อ โฆษณา ท่องเที่ยว และอาหารเครื่องดื่มจะได้รับประโยชน์สูงสุด
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำสะสม TRUE หุ้นปลอดภัยกระแสเงินสดมั่นคง และ BCH คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 1 ปี 2569 แล้ว และจะเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ในไตรมาส 2 ปี 2569 จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ อีกตัวคือ SCB มีปัจจัยบวกระยะยาวจากการรุกธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา และการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ สำหรับสายเก็งกำไรทางเทคนิคแนะนำ CPALL

