เวลาเราเปิดดูงบการเงินของหุ้นสักตัว สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปดูก็คือ "กำไรสุทธิ" (Net Income) ใช่ไหม? ยิ่งเห็นบรรทัดสุดท้ายเขียวๆ กำไรโตขึ้นทุกปี เราก็มักจะทึกทักไปเองว่าบริษัทนี้เก่งและน่าลงทุน...
แต่ในโลกบัญชี มันมีคำกล่าวที่ว่า "Profits are an opinion, cash is a fact" หรือกำไรเป็นแค่ความเห็น แต่เงินสดสิของจริง!
เพราะกำไรสุทธิมันสามารถ "ตกแต่ง" ด้วยเทคนิคทางบัญชีได้แบบถูกกฎหมาย แต่สิ่งหนึ่งที่หลอกกันไม่ได้เลยคือ Free Cash Flow (กระแสเงินสดอิสระ) ซึ่งเป็นตัวเลขไม้ตายที่คุณปู่ Warren Buffett ใช้จับโกงและสแกนหาหุ้นยอดเยี่ยมอยู่เสมอ
ทำไมปู่ Buffett ถึงให้ความสำคัญกับตัวเลขนี้มากกว่ากำไรสุทธิ?
บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ Liberator พาสายแกะงบมาเจาะลึกกัน!
1.กำไรสุทธิแต่งได้ แต่เงินสดโกหกยาก
ต้องเข้าใจก่อนว่า "กำไรสุทธิ" เค้าคำนวณด้วยเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) แปลว่าต่อให้เค้าขายของแล้วยังเก็บเงินไม่ได้ เป็นแค่ "ลูกหนี้การค้า" เค้าก็สามารถบันทึกเป็นรายได้และกำไรได้ทันทีบนกระดาษ! ต่างกับ Free Cash Flow (FCF) ที่จะนับเฉพาะเงินสดที่ไหลเข้าและไหลออกจากบริษัทจริงเท่านั้น ทำให้มันเป็นตัวเลขที่สะท้อนความจริงของธุรกิจได้แม่นยำที่สุดโดยไม่มีมายากลทางบัญชีมาบดบัง
2.สัญญาณอันตราย: กำไรโต แต่เงินสดเหือดแห้ง
นี่คือจุดที่ปู่ Buffett ใช้จับโกงเลยครับ ถ้าเราลองสังเกตดูงบการเงินแล้วพบว่า บริษัทนี้โชว์กำไรสุทธิเติบโตอย่างสวยงามทุกปี แต่พอไปดูในงบกระแสเงินสดกลับพบว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (CFO) หรือ FCF ดันติดลบ หรือสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง...
นั่นคือสัญญาณเตือนภัยขั้นสุด! มันแปลว่าเค้าอาจจะกำลังปั๊มยอดขายทิพย์ ขายของให้ลูกหนี้ที่ไม่มีวันจ่ายเงิน หรือผลิตของมาดองไว้ในโกดังจนเงินจมนั่นเองครับ
3.คัดกรองบริษัทที่ต้อง "จ่ายเลือด" ตัวเองตลอดเวลา
สูตรคำนวณง่ายๆ ของ FCF คือการเอาเงินสดจากการดำเนินงาน ลบด้วย CapEx (เงินลงทุนในสินทรัพย์ถาวร) จุดนี้แหละที่บอกเราว่า บริษัทต้องจ่ายทุนตัวเองเท่าไหร่เพื่อรักษาธุรกิจเอาไว้ หุ้นบางตัวกำไรดีมาก
แต่ต้องเอาเงินทั้งหมดไปซื้อเครื่องจักรใหม่ สร้างโรงงานใหม่ตลอดเวลา ไม่งั้นจะสู้คู่แข่งไม่ได้ ทำให้สุดท้ายแล้วไม่เหลือเงินสดกลับมาหาเจ้าของเลย แต่ปู่ Buffett เค้าชอบบริษัทประเภทที่ลงทุนน้อยแต่ปั๊มเงินได้มหาศาล (Low CapEx) ซึ่งจะทำให้ FCF เหลือเฟือสุดๆ (แต่บางทีการลงทุนก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้อนาคตบริษัทเติบโต เราอาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติม)
4. FCF คือเชื้อเพลิงที่แท้จริงของการปันผลและซื้อหุ้นคืน
บริษัทจะจ่ายเงินปันผลให้เรา หรือเอาเงินไปซื้อหุ้นคืน (Stock Buyback) เพื่อเพิ่มมูลค่าหุ้นได้ เค้าต้องใช้ "เงินสดที่เหลือจริงๆ" ไม่ใช่ใช้ตัวเลขกำไรบนกระดาษไปจ่าย ดังนั้น บริษัทที่มี FCF เป็นบวกและเติบโตอย่างต่อเนื่อง
จะมีอำนาจในมือสูงมาก เค้าสามารถดูแลผู้ถือหุ้นได้ดี ขยายธุรกิจได้โดยไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินให้เสียดอกเบี้ย และพร้อมรับมือกับทุกวิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างชิลๆ
การดูแค่กำไรสุทธิก็เหมือนเรามองหน้าตาภายนอกของคนว่าดูดีไหม แต่การดู Free Cash Flow มันคือการตรวจสุขภาพข้างในและเช็กเงินในกระเป๋าของเค้าจริงๆ
ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อหุ้นตัวไหนตามพาดหัวข่าวที่บอกว่ากำไรโตเด่น ลองเจียดเวลาเข้ามาดูบรรทัด FCF ในงบกระแสเงินสดสักนิด ถ้ากำไรโตและเงินสดก็ไหลเข้าจริง นั่นแหละคือหุ้นของจริงที่ปู่ Buffett พร้อมจะลงทุนยาวๆ!

