นารี อภิเศวตกานต์ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บล.ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า SCC หรือ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดฯ ว่า SCGC ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ ได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นสามัญใน PT Chandra Asri Pacific Tbk หรือ CAP ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (Indonesia Stock Exchange: IDX) นั้น ขณะนี้ได้จำหน่ายแล้วทั้งสิ้น 14.86% มูลค่ารวม 24,900 ล้านบาท โดยธุรกรรมดังกล่าวจะรับรู้ในงบฐานะการเงินตามมาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง โดยจะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่องบกำไรขาดทุนของ SCC อีก ภายหลังการจำหน่ายเงินลงทุนไปจะเหลือสัดส่วนการถือหุ้น 15.71% และยังคงจัดประเภทเงินลงทุนดังกล่าวเป็นเงินลงทุนอื่นจะรับรู้เพียงเงินปันผลเท่านั้น
ทั้งนี้ เงินที่ได้นำไปชำระหนี้ ต่อยอดธุรกิจจากการจำหน่ายครั้งนี้ได้เงินมาทั้งสิ้นราว 24,900 ล้านบาท จะนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหนี้ เพื่อลดภาระหนี้ลง รวมถึงนำไปลงทุนในโครงการอีเทนใน LSP ที่ปัจจุบันเสร็จไปราว 50% แล้ว ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มใช้ได้ในครึ่งหลังของปี 2570 เป็นต้นไป
“เราคาดว่าหลังการจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าวได้ตามที่เคยแจ้งไว้ทำให้จะคลายกังวลลงได้ เนื่องจากรายการดังกล่าวได้รับรู้ไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 2/2568 ขณะที่ผลการดำเนินงาน ไตรมาส 2/2569 เราคาดจะเริ่มรับรู้ปัจจัยบวกของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ส่วนโครงการร่วมทุนระหว่าง SCGC และ PTTGC ที่อยู่ระหว่างการศึกษาจะเพิ่มความสามารถการแข่งขันมากขึ้นในตลาดโลก”
ธรรมศักดิ์ เศรษฐอดุม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ได้รายงานให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทราบเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2568 ว่าบริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ที่ SCC ถือหุ้นทั้งหมด อยู่ระหว่างเตรียมการลดสัดส่วนการถือหุ้นสามัญใน PT Chandra Asri Pacific Tbk หรือ CAP ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (Indonesia Stock Exchange: IDX) นั้น
SCC ขอเรียนให้ทราบว่า เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 SCGC ได้ทยอยจำหน่ายหุ้น CAP ผ่านกระดานหลักและกระดานซื้อขายรายใหญ่ ใน IDX รวมจำนวนหุ้นที่จำหน่ายประมาณร้อยละ 14.86 มีมูลค่าธุรกรรมรวมประมาณ 24,900 ล้านบาท ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวจะรับรู้ในงบฐานะการเงินตามมาตรฐานบัญชีที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ส่งผลต่องบกำไรขาดทุนของ SCC
เนื่องจากปริมาณหุ้น CAP ที่จะจำหน่ายมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับสภาพคล่องของหุ้น CAP ใน IDX ตลอดจนสภาวะตลาดทุนโดยรวมของประเทศอินโดนีเซีย SCGC ได้มีความพยายามในการขายหุ้น CAP มาตลอดโดยได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงิน รวมทั้งได้ว่าจ้างผู้ประเมินราคาซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำที่มีความเป็นอิสระ เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางและช่วงระดับราคาที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท อีกทั้งได้ให้นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ดำเนินการหาผู้ซื้อหุ้น และเมื่อสภาวะตลาดมีความเหมาะสม จึงได้เริ่มทยอย
ขายหุ้น CAP ใน IDX ดังที่ได้รายงานไปข้างต้น
ภายหลังการทำธุรกรรมครั้งนี้แล้วเสร็จ SCGC จะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน CAP คงเหลือประมาณร้อยละ 15.71 และยังคงจัดประเภทเงินลงทุนดังกล่าวเป็นเงินลงทุนอื่น การจำหน่ายหุ้น CAP ดังกล่าวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ SCGC ในการลดภาระทางการเงิน และจัดสรรเงินลงทุนไปสู่ธุรกิจหลัก ซึ่งเป็นแหล่งการเติบโตในอนาคต เช่น โครงการเพิ่มการใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน Long Son Petrochemicals ประเทศเวียดนาม เป็นต้น
การทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ซึ่งมีขนาดรายการร้อยละ 11.39 ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามงบการเงินรวมของ SCC สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 อนึ่ง เมื่อรวมรายการดังกล่าวกับรายการจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนก่อนการทำรายการตามหนังสือนี้ รวมเป็นร้อยละ 11.39 ดังนั้นการรายงานสารสนเทศข้างต้นจึงไม่เข้าข่ายที่จะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเรื่องการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ และไม่ใช่รายการที่เกี่ยวโยงกัน

