"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (5 มิ.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,582.60 จุด ปรับตัวลดลง 12.19 จุด หรือ 0.76% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,598.53 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,580.36 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 67,946.55 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- GULF ราคาปิด 67.00 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.37% มูลค่าซื้อขาย 5,047.86 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 343.00 บาท ลดลง 13.00 บาท หรือ 3.65% มูลค่าซื้อขาย 4,742.70 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 201.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.99% มูลค่าซื้อขาย 3,407.67 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 141.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 2,568.24 ล้านบาท
- BH ราคาปิด 184.50 บาท เพิ่มขึ้น 7.50 บาท หรือ 4.24% มูลค่าซื้อขาย 2,439.03 ล้านบาท
นายประกิต สิริวัฒนเกตุ นักกลยุทธ์การลงทุน และกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในทางลบจากแรงขายในหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เข้ากดดันดัชนี
อย่างไรก็ตาม กระแสเงินลงทุนนักลงทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นบางตัวในกลุ่มพลังงาน สาธารณูปโภค โรงไฟฟ้า และธนาคารพานิชย์ รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยว และสายการบินแต่มองว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น
ขณะที่ในสัปดาห์หน้า (8 มิ.ย.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,585 จุด แนวต้าน 1,610 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือตัวเลขการจ้างงานในสหรัฐว่าจะออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้หรือไม่ รวมถึงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในกลุ่มหุ้นขนาดกลาง-เล็ก เช่น BBIK, BE8, SINGER และ JMART และเน้นไปที่ SCB, KKP, BGRIM, GULF, และ WHA

