หลังเผชิญแรงกดดันมายาวนาน ตลาดหุ้นไทยเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาด โดยมีเม็ดเงินไหลเข้าสะสมตั้งแต่ต้นปีสวนทางกับหลายประเทศในภูมิภาค ปัจจัยบวกดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกที่เริ่มผ่อนคลาย หลังความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางลดลง
ทั้งนี้ ผลจากแรงหนุนทั้งในและต่างประเทศ ทำให้หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม SET100 หลายตัวพลิกฟื้นจากจุดต่ำสุดรอบ 1 ปีอย่างน่าจับตา สะท้อนการกลับมาของความเชื่อมั่นและแรงเก็งกำไรในตลาดทุนไทยอีกครั้ง "กรุงเทพธุรกิจ" ขออาสาพาไปสำรวจว่า หุ้น SET100 ที่มาร์เก็ตแคปสูงสุด 10 อันดับแรก หลักทรัพย์ใดบ้างที่รีบาวด์จาก "จุดต่ำสุดรอบปี" ได้ร้อนแรงที่สุด
1.บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) DELTA
- อัน เจิ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- มาร์เก็ตแคป 4,428,205 ล้านบาท
- ราคาต่ำสุดในรอบปี 91.25 บาท
- ราคา ณ 4 มิ.ย.69 ปิดที่ 356.00 บาท
- เพิ่มขึ้น 264.75 บาท หรือเพิ่มขึ้น 290.13%
- กำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 9,081 ล้านบาท
- กำไรไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 5,488 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 3,593 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 65.47%
บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่ากำไรหลักของ DELTA จะเติบโตโดดเด่น 61% ในปี 2569 และ 40% ในปี 2570 จากแรงหนุนธุรกิจพลังงานสำหรับ AI Server และผลิตภัณฑ์ Liquid Cooling ที่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบตั้งแต่เดือน มี.ค. 2569 ซึ่งคาดว่า Liquid Cooling จะสร้างรายได้ 5-8% ของยอดขายรวมในปี 2569 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 35-40% ซึ่งสูงที่สุดในพอร์ตสินค้า แม้ปัจจุบันยังมีภาระค่าลิขสิทธิ์ แต่ DELTA มีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาเองภายในปี 2570 เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
ทั้งนี้ DELTA มีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นใน Delta Group โดยไตรมาส 1/2569 มีสัดส่วนยอดขายและกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 38% และ 33% เพิ่มขึ้นจาก 33% และ 26% ในปี 2566 ก่อนเข้าสู่ธุรกิจ AI แม้มีข่าวขยายกำลังการผลิตในสหรัฐฯ แต่ Delta Group ยืนยันว่าไทยยังเป็นฐานการผลิตหลัก ขณะเดียวกันเตรียมผลิตโซลูชันไฟฟ้าแรงสูง HVDC ขนาด ±400V/800V ในปี 2569-2570 รองรับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตและเพิ่มอัพไซด์ต่อกำไรในปี 2570-2571
นอกจากนี้ DELTA มีแนวโน้มสูงที่จะได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในดัชนี SET50 สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เนื่องจากราคาหุ้นเริ่มทรงตัวในเดือนพฤษภาคม (วันตัดยอดข้อมูล: 29 พฤษภาคม) นอกจากนี้เชื่อว่า DELTA น่าจะได้รับการคัดเลือกสำหรับช่วงครึ่งแรกของปี 2570 เช่นกันเนื่องจากยังมีโอกาสเข้าเกณฑ์ตามมาตรการเกณฑ์ขั้นต่ำในเดือนใดเดือนหนึ่งเป็นเวลา 3 เดือนจนถึงวันที่ 30 ธ.ค.นี้
2.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT
- ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่
- มาร์เก็ตแคป 803,571 ล้านบาท
- ราคาต่ำสุดในรอบปี 26.75 บาท
- ราคา ณ 4 มิ.ย.69 ปิดที่ 58.50 บาท
- เพิ่มขึ้น 31.75 บาท หรือเพิ่มขึ้น 118.69%
- กำไรไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 5,718 ล้านบาท
- กำไรไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 5,053 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 665 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 13.16%
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า AOT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 ที่ 5.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% QoQ และ 13% YoY ขณะที่กำไรปกติอยู่ที่ 5.8 พันล้านบาท สูงกว่าที่ตลาดคาด 10-15% จากอัตรากำไรที่ดีกว่าคาด ทั้งนี้รายได้ธุรกิจการบินอยู่ที่ 9.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้โดยสาร 36.8 ล้านคน (+6% YoY) และเที่ยวบิน 2.1 แสนเที่ยว (+4% YoY) ส่วนรายได้ธุรกิจนอกการบินทรงตัวที่ 8.6 พันล้านบาท แม้มีการลดผลตอบแทนขั้นต่ำ (MG) ของสัมปทาน Duty Free
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มไตรมาส 3/2569 คาดกำไรอ่อนตัวทั้ง QoQ และ YoY จากจำนวนนักท่องเที่ยวชะลอ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการลดเที่ยวบินของสายการบิน ขณะที่การปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) ตั้งแต่ 20 มิ.ย.2569 จะเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการไตรมาส 4/2569 ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ Trading ราคาเป้าหมาย 60 บาท มองหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงบวกจากงบที่ดีกว่าคาด แต่ Upside เริ่มจำกัด แนะรอสะสมช่วงอ่อนตัวบริเวณ 52-50 บาท
3.บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) GULF
- สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- มาร์เก็ตแคป 963,620 ล้านบาท
- ราคาต่ำสุดในรอบปี 37.75 บาท
- ราคา ณ 4 มิ.ย.69 ปิดที่ 67.25 บาท
- เพิ่มขึ้น 29.5 บาท หรือเพิ่มขึ้น 78.15%
- กำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 9,117 ล้านบาท
- กำไรไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 6,564 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 2,553 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 38.88%
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่ากำไรสุทธิหลักไตรมาส 2/2569 ของ GULF จะเพิ่มขึ้น 51% yoy และ 19% qoq สู่ระดับสูงสุดใหม่ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 ทั้งนี้ได้ปรับเพิ่มประมาณการ EPS ปี 2026–2028 จากรายได้ที่แข็งแกร่งขึ้นและวินัยการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น ทั้งนี้ยังคงคำแนะนำซื้อ โดยได้รับแรงหนุนจากสัดส่วนการขายไฟให้ EGAT ที่สูงที่สุด แพลตฟอร์มธุรกิจแบบครบวงจร ฐานรายได้ที่หลากหลาย การเติบโตของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์/LNG และฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
4.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) KTB
- ผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่
- มาร์เก็ตแคป 492,656 ล้านบาท
- ราคาต่ำสุดในรอบปี 21.00 บาท
- ราคา ณ 4 มิ.ย.69 ปิดที่ 35.50 บาท
- เพิ่มขึ้น 14.5 บาท หรือเพิ่มขึ้น 69.05%
- กำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 12,437 ล้านบาท
- กำไรไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 11,714 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 723 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 6.18%
บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 3-4% เพื่อสะท้อนรายได้ค่ําธรรมเนียมและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่เติบโตดีกว่าคาด โดยคาดว่า KTB จะรับรู้รายได้เงินปันผลและกำไรจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนใน THAI (ราคาปัจจุบัน 6.0 บาทถือราคาเป้าหมาย 6.80 บาท) ในช่วงไตรมาส 2-3/2569 ปัจจุบันเราคาดว่ากำไรปีนี้จะลดลง 5% YoY ก่อนฟื้นตัว 6% ในปีหน้าในด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้นคาดว่า KTB จะยังคงอัตราการจ่ายปันผลสูงและ ROE ระดับเลขสองหลักต่อไป
5.บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) PTTEP
- มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- มาร์เก็ตแคป 567,708 ล้านบาท
- ราคาต่ำสุดในรอบปี 97.25 บาท
- ราคา ณ 4 มิ.ย.69 ปิดที่ 144.00 บาท
- เพิ่มขึ้น 46.75 บาท หรือเพิ่มขึ้น 48.07%
- กำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 11,835 ล้านบาท
- กำไรไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 16,561 ล้านบาท
- ลดลง 27 ล้านบาท หรือ ลดลง -28.54%
บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ปรับลดคำแนะนำ PTTEP เป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” พร้อมลดราคาเป้าหมายเหลือ 145 บาท จาก 157 บาท หลังมองแนวโน้มราคาน้ำมันระยะยาวอ่อนแอลง แม้ระยะสั้นยังได้แรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทั้งนี้คาดราคาน้ำมัน Brent จะปรับฐานลงสู่ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งาน โดยมีแรงกดดันจากกำลังการผลิตส่วนเกินของ UAE และการเพิ่มกำลังผลิตจากประเทศนอก OPEC+ เช่น สหรัฐฯ และบราซิล ซึ่งอาจทำให้ตลาดน้ำมันกลับเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นตลาดในช่วงปลายปี
นอกจากนี้ ได้ปรับลดสมมติฐานราคาน้ำมันระยะยาวปี 2571-2572 ลงเหลือ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ ด้วยมูลค่าหุ้น PTTEP ที่ซื้อขายในระดับสูงกว่ากลุ่มพลังงาน โดยแนะนำสลับการลงทุนไปยัง PTT รวมถึงหุ้นโรงกลั่นอย่าง BCP และ SPRC ซึ่งมี Valuation ต่ำกว่าและให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจกว่า
6.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) KBANK
- ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- มาร์เก็ตแคป 483,343 ล้านบาท
- ราคาต่ำสุดในรอบปี 147.00 บาท
- ราคา ณ 4 มิ.ย.69 ปิดที่ 203.00 บาท
- เพิ่มขึ้น 56 บาท หรือเพิ่มขึ้น 38.10%
- กำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 14,667 ล้านบาท
- กำไรไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 13,791 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 876 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 6.35%
บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-70 ขึ้น 5% จากการปรับเพิ่มnon-NII และลดสมมติฐานการเติบโตของ OPEX ตามผลประกอบการไตรมาส 1/2569 แม้คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นในไตรมาส 1/2569 แต่เรายังคงระมัดระวังโดยปรับเพิ่มสมมติฐานcredit cost ปี 2569 เป็น 1.57% เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางหมายเหตุทุก ๆ การเพิ่มขึ้นของ credit cost 5bps จะทำให้กำไรลดลงประมาณ 2% ในปี 2569 สำหรับแนวโน้มกำไรคาดว่าปี 2569 จะหดตัวลง 4% YoY ก่อนที่จะกลับมาฟื้นตัว 6% YoY ในปี 2570
7.บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) TRUE
- ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม
- มาร์เก็ตแคป 483,729 ล้านบาท
- ราคาต่ำสุดในรอบปี 10.10 บาท
- ราคา ณ 4 มิ.ย.69 ปิดที่ 13.90 บาท
- เพิ่มขึ้น 3.8 บาท หรือเพิ่มขึ้น 37.62%
- กำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 6,589 ล้านบาท
- กำไรไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 1,634 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 4,955 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 303.26%
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประมาณการ DPS ปีนี้เดิมของเราที่ 0.49 บาทต่อหุ้นเริ่มต่ำเกินไป หลังบริษัทปรับนโยบายจ่ายเงินปันผลรายไตรมาสและบริษัทจ่ายเงินปันผลด้วย payout ratio สูงกว่าที่เราคาดเราจึงปรับเพิ่มคาดการณ์ DPS ปีนี้ขึ้นเป็น 0.56 บาทต่อหุ้น อิง payout ratio ที่ 80% นอกจากนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TRUE อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปีนี้ที่ 16.00 บาทต่อหุ้นด้วยวิธี DCF (WACC 9.0%,Terminal Growth 1.5%) โดยราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ EV/EBITDA ปีนี้ ราว 7.8x ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 8-9x และให้คาดการณ์ปันผลปีนี้ที่ 3.9% บนประมาณการที่ยังมี Upside Risk ในปีนี้
8.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ADVANC
- ปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- มาร์เก็ตแคป 1,082,612 ล้านบาท
- ราคาต่ำสุดในรอบปี 267.00 บาท
- ราคา ณ 4 มิ.ย.69 ปิดที่ 360.00 บาท
- เพิ่มขึ้น 93 บาท หรือเพิ่มขึ้น 34.83%
- กำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 13,496 ล้านบาท
- กำไรไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 10,584 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 2,912 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 27.51%
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า AIS เริ่มระมัดระวังต่อการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่มี.ค. 2569 ส่งผลให้คาดการเติบโตของลูกค้าระบบเติมเงินในไตรมาส 2/69 ชะลอลง โดยประเมินลูกค้าเติมเงินเพิ่มสุทธิ 4.5 แสนเลขหมายในปี 2569 ลดลงจาก 1 ล้านเลขหมายในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมองบวกต่อการบริโภคในประเทศจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และคาด ARPU จะเติบโต 3.1% ในปี 2569 ขณะที่สัดส่วนลูกค้า 5G มีโอกาสเพิ่มจาก 39.4% ในไตรมาส 1/69 เป็น 50% ภายในปี 2570 ซึ่งจะหนุนการใช้งานดาต้าและ ARPU ในระยะยาว
ด้านธุรกิจลูกค้าองค์กร AIS ตั้งเป้ารายได้เติบโตระดับเลขสองหลัก และคาดรับส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจ Data Center ผ่านบริษัทร่วมราว 1.5 พันล้านบาทในปี 2571 หลังขยายกำลังการให้บริการ ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 355 บาท โดยคาดกำไรต่อหุ้น (EPS) เติบโต 7.6-8.6% ในปี 2569-2570 แม้ปัจจุบันมูลค่าหุ้นซื้อขายในระดับสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
9.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) PTT
- คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
- มาร์เก็ตแคป 1,042,549 ล้านบาท
- ราคาต่ำสุดในรอบปี 29.50 บาท
- ราคา ณ 4 มิ.ย.69 ปิดที่ 36.75 บาท
- เพิ่มขึ้น 7.25 บาท หรือเพิ่มขึ้น 24.58%
- กำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 25,738 ล้านบาท
- กำไรไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 23,315 ล้านบาท
- เพิ่มขึ้น 2,423 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 10.39%
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้ม PTT ไตรมาส 2/2569 คาดการเพิ่มขึ้นของต้นทุนน้ำมันดิบจะเริ่มสะท้อนเข้ามาในต้นทุนของธุรกิจการกลั่นและมีความเสี่ยงขาดทุนสต็อกน้ำมันหากสงครามคลี่คลายอย่างไรก็ตามคาดว่าภาพรวมกำไรยังมีเสถียรภาพจากธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และธุรกิจปิโตรเคมียังอยู่ในระดับดี นอกจากนี้ ธุรกิจก๊าซมีปัจจัยหนุนจากอุปสงค์ก๊าซช่วงฤดูร้อนและราคาขายสูงขึ้น
ขณะที่กำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 คิดเป็น 27% ของทั้งปีคงประมาณการปี 2569 ที่ 9.4 หมื่นล้านบาท +5%YoY หนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขาย กำหนดการปิดซ่อมบำรุงลดลง การเพิ่มประสิทธิภาพลดค่าใช้จ่าย การปรับโครงสร้างต้นทุนก๊าซ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทั้งนี้คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 41.00 บาทจากผลประกอบการมั่นคง Valuation ไม่แพงซื้อขายบน PBV ที่ 0.9 เท่าใกล้เคียง -1SD, ผลตอบแทนเงินปันผลน่าสนใจด้วย Dividend Yield สูง 5.8% โดยราคาปัจจุบันมี Upside Gain รวมเงินปันผลสูงกว่า 15%
10.บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) SCB
- อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- มาร์เก็ตแคป 462,977 ล้านบาท
- ราคาต่ำสุดในรอบปี 115.00 บาท
- ราคา ณ 4 มิ.ย.69 ปิดที่ 141.00 บาท
- เพิ่มขึ้น 26 บาท หรือเพิ่มขึ้น 22.61%
- กำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 10,195 ล้านบาท
- กำไรไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 12,502 ล้านบาท
- ลดลง 2,307 ล้านบาท หรือ ลดลง 18.45%
บล.กรุงศรี รุบว่า ยังคงคำแนะนำ NEUTRAL เพราะเรามอง SCB สามารถรักษาระดับ dividend payout ที่ 80% ได้ดังนั้น SCB จะมีปันผลเด่น dividend yield ที่ 7-8% ต่อปีรวมถึงทิศทางดอกเบี้ยนโยบายไม่ปรับลงแล้ว

