ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 5 มิ.ย.2569 หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวโรงแรม และสายการบิน ปรับตัวเพิ่มขึ้น นำโดย
- หุ้น ERW บวก 4.20% เพิ่มขึ้น 0.12 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.98 บาท
- หุ้น MINT บวก 3.15% เพิ่มขึ้น 0.70 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 22.90 บาท
- หุ้น AWC บวก 2.63% เพิ่มขึ้น 0.06 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 2.34 บาท
- หุ้น SHR บวก 2.55% เพิ่มขึ้น 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.61 บาท
- หุ้น CENTEL บวก 2.26% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 34.00 บาท
- หุ้น THAI บวก 2.19% เพิ่มขึ้น 0.15 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 7.00 บาท
- หุ้น BA บวก 1.24% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 16.30 บาท
- หุ้น AAV บวก 0.93% เพิ่มขึ้น 0.01 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.09 บาท
ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมปรับตัวขึ้นโดดเด่นในการซื้อขายวันนี้ รับแรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาเป็นบวก หลังความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง ช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและการท่องเที่ยว
โดยเฉพาะกลุ่มการท่องเที่ยว โรงแรมและการบินปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นำโดยหุ้นโรงแรมอย่าง ERW MINT และ CENTEL ซึ่งเป็นการปรับตัวตามทิศทางของ AOT ที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นก่อนหน้านี้ ส่งผลให้เกิดแรงซื้อไล่ราคาหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวตัวอื่นตามมา
ทั้งนี้ในด้านปัจจัยพื้นฐาน มองว่าผลประกอบการของกลุ่มท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป จะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของการท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการในกลุ่ม
"ประเด็นการปรับเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มองว่า แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังต้องติดตาม แต่ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว และมีโอกาสขยายตัวได้ดีในช่วงครึ่งหลังของปี"
สำหรับด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนให้น้ำหนักกับหุ้นกลุ่มสนามบินและโรงแรม ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยหุ้นเด่น ได้แก่ AOT, ERW และ CENTEL
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังควรติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนและแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวในระยะต่อไป


