ดัชนี Kospi ของ ‘เกาหลีใต้’ ร่วงแรง 6.4% หลังหุ้นกลุ่ม AI ผันผวนหนัก Samsung Electronics และ SK Hynix ดิ่งลงมากกว่า 7% ฉุดตลาด จนตลท.ต้องทำ 'เซอร์กิตเบรกเกอร์'
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งหนักวันนี้ (5มิ.ย.)ดัชนี Kospi ดิ่งลงรุนแรงถึง 6.4% ในช่วงเช้าวันศุกร์ ความผันผวนนี้เกิดจากการที่แรงส่งของตลาดพึ่งพาอยู่กับกระแสการซื้อขายในกลุ่ม AI เป็นหลัก โดย Samsung Electronics และ SK Hynix ดิ่งลงมากกว่า 7%
ความผันผวนที่รุนแรงนี้ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ต้องประกาศระงับการขายชั่วคราว (Circuit Breaker) หลังสัญญาซื้อขายล่วงหน้าร่วงหนัก แม้ว่าในปีนี้ดัชนี Kospi จะพุ่งขึ้นมามากกว่า 100% แต่การที่กำไรเกือบทั้งหมดกระจุกตัวอยู่แค่ในหุ้นชิปยักษ์ใหญ่สองตัว ทำให้ตลาดเสี่ยงต่อการทรุดตัวหากกระแส AI ชะลอตัวลง
ทางด้าน ฮา ซอกกึน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Eugene Asset Management ในกรุงโซล แสดงความกังวลว่า "ในเวลานี้ ผมกังวลเกี่ยวกับสัญญาณของภาวะตลาดที่ร้อนแรงเกินไป มากกว่าเรื่องการถดถอยของปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า ตลาดจะเข้าสู่ช่วงที่มีความผันผวนสูงและจะมีการปรับฐานเกิดขึ้น"
2 หุ้นชิป AI อุ้มตลาด
ปัญหาหลักของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในปัจจุบันคือ "ความกระจุกตัว" เนื่องจาก Samsung และ SK Hynix ซึ่งเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากกระแสชิป AI มีสัดส่วนมูลค่ารวมกันสูงถึง 54% ของดัชนี Kospi และครองสัดส่วนปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันถึงครึ่งหนึ่งในเดือนพ.ค. โดยเกือบ 3 ใน 4 ของผลกำไรในตลาดหุ้นปีนี้มาจากสองบริษัทนี้เท่านั้น
นอกจากนี้ ความกังวลยังเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของกองทุน ETF ที่ผูกกับหุ้นรายตัว ของสองบริษัทนี้ โดยข้อมูลพบว่าหลังเปิดตัวเมื่อวันที่ 27 พ.ค.เพียงแค่ 5 วันทำการ กองทุนประเภทนี้ 4 กองทุนหลักก็ครองสัดส่วนการซื้อขายไปถึง 21% ของตลาด ETF ทั้งหมดในเกาหลีใต้
เคนนี่ คิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Meridian One Asset Management อธิบายถึงจุดอ่อนนี้ว่า "โครงสร้างตลาดปัจจุบันเปราะบางมากต่อสภาวะขาลง เนื่องจากถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกแกมมาระยะสั้นในกองทุน ETF ประเภทเลเวอเรจ โครงสร้างแบบนี้ทำให้นักลงทุนถูกบังคับให้ต้องแห่ไล่ซื้อเมื่อตลาดขาขึ้น และในทางกลับกัน ก็จะถูกบังคับให้เทขายหุ้นออกมาอย่างรุนแรงเมื่อตลาดปรับตัวลดลง"
จับตา ‘เลเวอเรจ’ พุ่งทำนิวไฮ
ในส่วนของพฤติกรรมนักลงทุน นักลงทุนรายย่อยที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักเริ่มไม่อยากใส่เงินใหม่เข้ามาในตลาด
ข้อมูลจากสมาคมการลงทุนทางการเงินแห่งเกาหลี (Kofia) ระบุว่า เงินฝากในบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ลดลงเหลือ 121 ล้านล้านวอน ณ วันที่ 22 พ.ค. จากเดิมที่เคยอยู่ที่ 137 ล้านล้านวอนเมื่อวันที่ 12 พ.ค.
ในทางตรงกันข้าม ยอดคงเหลือมาร์จิน หรือเงินกู้ยืมเพื่อซื้อหุ้นกลับพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 38 ล้านล้านวอน เมื่อวันที่ 29 พ.ค. เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 27.3 ล้านล้านวอน ณ สิ้นปี 2025
ฌอน โอ ผู้ค้าหุ้นจาก NH Investment & Securities วิเคราะห์ว่า การที่ยอดสินเชื่อเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้นในขณะที่เงินฝากส่วนตัวลดลง ไม่ได้หมายถึงความต้องการลงทุนที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงสภาวะตึงเครียดจากการใช้เลเวอเรจหรือ “กู้ยืม” สูง โดยไม่มีเม็ดเงินใหม่มารองรับความเสี่ยง
"สัญญาณนั้นชัดเจนมาก เงินสำรองของนักลงทุนกำลังลดลง แต่ระดับการกู้ยืมเงินมาซื้อหุ้นยังคงสูงไม่ยอมลดตาม"
หุ้นกลุ่ม AI ความหวังตลาด
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศโดยรวมในเกาหลีใต้ยังคงมีความหวัง เนื่องจากความต้องการหุ้นกลุ่ม AI ยังคงแข็งแกร่ง และตลาดก็ยังมองแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่มชิปในแง่ดี
Goldman Sachs ที่เพิ่งปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี Kospi ขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 9,000 จุด เป็น 12,000 จุดในสัปดาห์นี้
ขณะที่ โจนาธาน ไพน์ส หัวหน้าฝ่ายหุ้นเอเชีย ของ Federated Hermes ความเห็นว่า "แม้ว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดจะกระจุกตัวอยู่แค่ในวงแคบ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าดัชนีมาตรฐานจะไม่สามารถทะยานไปแตะระดับ 10,000 จุดได้"
อย่างไรก็ดี บททดสอบสำคัญกำลังจะมาถึงในเดือนหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ซอ ซัง-ยอง นักกลยุทธ์จาก Mirae Asset Securities เตือนว่าการขึ้นดอกเบี้ยนี้จะกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดโดยตรง เนื่องจาก "ตลาดหุ้นในตอนนี้มีความอ่อนไหวต่อผลตอบแทนพันธบัตรสูงมาก เพราะเงินที่นำมาลงทุนส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยการกู้ยืม"
อ้างอิง Bloomberg

