วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2569

Login
Login

GULF ลั่นไตรมาส2/69รายได้โต ขานรับดีมานด์พุ่ง -กำไรพิเศษ

GULF  ลั่นไตรมาส2/69รายได้โต  ขานรับดีมานด์พุ่ง -กำไรพิเศษ

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจ ในไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่ายังเติบโตดีขึ้นต่อเนื้อง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้โรงไฟฟ้า IPP และ SPP ทั้งโครงการ GNS, GUT, GSRC และ GPD มีอัตราการผลิตและมาร์จินที่สูงขึ้น 

ขณะที่ การลงทุนในต่างประเทศ อย่าง โครงการโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มีกำลังการผลิตติดตั้งขนาดใหญ่ถึง 1,200  เมกะวัตต์ ได้รับอานิสงส์จาก “ค่าความพร้อมจ่าย” (Capacity Payment) ที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 329 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน จากเดิมที่ 270 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของกลุ่ม Data Center ในตลาด PGM

นอกจากนี้ ในไตรมาสเดียวกัน กัลฟ์ยังเตรียมบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นสัดส่วน 51% ในโครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนปากลายมูลค่า 1,900 ล้านบาท และเงินปันผลรับจาก “ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK” อีกราว 2,840 ล้านบาท ในงวดไตรมาส 2 ปี 2569 อีกด้วย ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างโดดเด่น 

GULF  ลั่นไตรมาส2/69รายได้โต  ขานรับดีมานด์พุ่ง -กำไรพิเศษ

สำหรับ ภาพรวมทั้งปี 2569 กัลฟ์ คาดการณ์การเติบโตของรายได้ที่ระดับ 10-15% โดยมีหัวหอกหลักจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการพลังงานหมุนเวียนเพิ่มอีกเกือบ 700 เมกะวัตต์ ซึ่งรวมถึงโซลาร์ฟาร์มและระบบกักเก็บพลังงาน (Battery) รวม 6 โครงการในช่วงครึ่งปีหลัง อีกทั้งยังมีแผนสร้างรายได้จากธุรกิจนำเข้าก๊าซ LNG กว่า 70 ลำ ซึ่งคาดว่าจะสร้างกำไรได้ถึง 1,000 ล้านบาทในปีนี้

ในส่วนของธุรกิจดิจิทัล กัลฟ์ยังคงรุกคืบผ่านความร่วมมือกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC (เอไอเอส) โดยมุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ต่อเลขหมาย (ARPU) และการขยายฐานผู้ใช้ 5G ส่วนธุรกิจดิจิทัล หรือ “ดาต้าเซนเตอร์” ปัจจุบันโครงการ GSA01 ขนาด 25 เมกะวัตต์ ซึ่งมีลูกค้าจองพื้นที่เต็มแล้ว ซึ่งลูกค้าเข้ามาใช้บริการเต็มในกลางปีนี้ และตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ GSA02 ขนาด 38 เมกะวัตต์ คาดให้บริการช่วงไตรมาส 1 ปี 2570 นอกจากนี้บริษัทเตรียมพัฒนาโครงการ GSA03 ขนาด 100 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง GULF และ AIS คาดเปิดบริการไตรมาส 4 ปี 2570

ด้านธุรกิจโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M81) ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีปริมาณการจราจรเฉลี่ย 40,000 คันต่อวัน ขณะที่โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) อาจมีการล่าช้าออกไปเปิดดำเนินการในช่วงไตรมาส 1 ปี 2570 เนื่องจากมีการล่าช้าของการส่งมอบพื้นที่จากกรมทางหลวง

พร้อมกันนี้ กัลฟ์ได้วางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 5 ปี (ปี 2026 เป็นต้นไป) ด้วยงบลงทุนในส่วนทุน (Equity Portion) สูงถึง 130,000 -140,000 ล้านบาท โดยจัดสรรสัดส่วนการลงทุน อย่าง 70% ลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เช่น โซลาร์ ลม และไฮโดร, 10% ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ LNG, 10% ธุรกิจดิจิทัล (Data Center, Cloud, AI) , 5% โครงสร้างพื้นฐาน และ 5% โครงการอื่น ๆ รวมถึงท่าเรือแหลมฉบัง 

โดยปัจจุบันกัลฟ์มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่เพียง 0.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดของหุ้นกู้ที่ 3.5 เท่าอย่างมาก ทำให้บริษัทมีช่องว่างในการระดมทุนได้อีกมหาศาล  

ขณะที่ ด้านแหล่งเงินทุนจะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าและเงินปันผลของโครงการต่าง ๆ รวมประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาทต่อปี  

อีกทั้ง บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปอีกประมาณ 20,000 ล้านบาทในเดือนก.ย. นี้ หลังจากต้นปีที่ผ่านมาบริษัทมีการออกหุ้นกู้ในประเทศไปแล้วราว 35,000 ล้านบาท และปัจจุบันยังเตรียมหาแหล่งเงินกู้ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์อีกประมาณ 400-600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสถาบันการเงินชั้นนำทั่วเอเชีย

นอกจากนี้ ยอมรับดีล M&A โรงไฟฟ้ายังดูอยู่หลายโครงการทั้งในประเทศสหรัฐฯและอีกหลายประเทศ แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งหากโครงการไหนดีบริษัทก็พร้อมพิจารราในการเข้าไปซื้อกิจการ โดยมีขนาดตั้งแต่มูลค่า 100-400 ล้านดอลลาร์