ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 4 มิ.ย. 2569 ปรับขึ้น 8.79 จุด หรือ 0.55% อยู่ที่ 1,596.85 จุด มูลค่าการซื้อขาย 29,567.53 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยวันนี้เปิดตลาดพุ่งขึ้นและยังปรับขึ้น ร้อนแรงต่อเนื่อง สวนทางตลาดหุ้นภูมิภาค ณ เมื่อเวลา 10.15 น. ดัชนี SET มาอยู่ที่ ระดับสูงสุด 1,600.32 จุด เพิ่มขึ้น 12.26 จุด (+0.77%) โดยได้แรงหนุนจากปัจจัยบวกเฉพาะตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ทั้งกระแสการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ วัฏจักรขาขึ้นของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โลก หนุนหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ DELTA ที่ปรับตัวขึ้นกว่า 6 บาท
รวมทั้งหุ้นกลุ่มพลังงานจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น และแรงซื้อคืนในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและผลักดันให้มีเม็ดเงินไหลเข้าอย่างคึกคัก
นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง กล่าวว่า วันนี้ตลาดหุ้นไทยขึ้นแรง หนุนจาก ทิศทางลงทุนอินฟราฯในไทยยังดำเนินต่อ หนุน GULF และWHAUP อีกทั้ง กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์โลกยังเป็นขาขึ้นต่อ หลังตัวเลขส่งออกอิเล็กเอเชียยังโตแรงความต้องการใช้อุปกรณ์อิเล็กจะสูงขึ้นอีก
ขณะที่กลุ่มธนาคาร เริ่มเห็นแรงซื้อกลับหลังตัวเลขมูลค่ากองทุนยังขยายตัว น่าจะหนุนรายได้ค่าธรรมเนียมต่อและแรงเก็งรับปันผลช่วงเดือนก.ค. รวมถึงVirtual bank หนุน sentiment
แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทย ยังมีแรงกดดัน นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุลผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งลง สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียด หลังมีรายงานการโจมตีจากทั้งสหรัฐและอิหร่าน โดยสหรัฐโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน
ขณะที่อิหร่านโจมตีคูเวต ซึ่งอาจทำให้การเจรจายุติสงครามมีความไม่แน่นอนมากขึ้น และการปิดช่องแคบฮอร์มุซจะคงดำเนินต่อไป แม้ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น หนุนหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำในตลาดหุ้นไทย แต่ Sentiment โดยรวมเป็นลบ
นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากกระแสข่าวล่าสุดที่ระบุว่า สหรัฐฯ จะพิจารณาเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ในอัตราประมาณ 10% ถึง 12.5% ภายใต้มาตรา 301 เพื่อเป็นมาตรการทดแทนหลังจากศาลฎีกาของสหรัฐฯ ตัดสินว่ารัฐบาลใช้อำนาจเกินขอบเขต
อย่างไรก็ตาม ประเด็นภาษีดังกล่าวยังไม่มีการเรียกเก็บในทันที แต่เปิดช่องให้ประเทศคู่ค้าสามารถยื่นเอกสารชี้แจง ทบทวน หรือเจรจาต่อรองได้ จึงประเมินผลกระทบเป็นลักษณะ Neutral เนื่องจากมองว่าเป็นเพียงเกมการค้าเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองของสหรัฐฯ
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจคือการใช้จ่ายในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่งพบว่าได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนค่อนข้างดี โดยมาตรการนี้บวกต่อหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก และกลุ่มธุรกิจการเงิน
มองกรอบวันนี้แนวรับ 1,580 จุด และหากหลุดให้แนวรับถัดไปที่ 1,570 จุด ขณะที่แนวต้าน 1,600 จุด

