ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงเมื่อคืน ดาวโจนส์ร่วงมากกว่า 600 จุด S&P 500 ยุติสถิติปิดบวกติดต่อกัน 9 วัน จากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ ตะวันออกกลางตึงเครียด
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงในวันพุธ (3 มิ.ย.69) โดยดัชนี S&P 500 ยุติสถิติปิดบวกติดต่อกัน 9 วัน ท่ามกลางการปรับขึ้นของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ จากความกังวลว่าสงครามสหรัฐ–อิหร่านอาจดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้นต่อเนื่อง
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ซึ่งมีหุ้น 30 ตัว ร่วงลง 620.72 จุด หรือ 1.21% ปิดที่ 50,687.07 จุด ด้านดัชนี S&P 500 ปรับลง 0.74% ปิดที่ 7,553.68 จุด ขณะที่ดัชนีเทคโนโลยีอย่าง แนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ลดลง 0.89% ปิดที่ 26,853.98 จุด
ราคาน้ำมันปรับขึ้นหลังสหรัฐ และอิหร่านเปิดฉากโจมตีกันรอบใหม่ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้น 2.41% ปิดที่ 96.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 1.89% ปิดที่ 97.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพุธว่า อิหร่าน “ตกลงที่จะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์” แต่เสริมว่า “พวกเขาอาจเปลี่ยนใจได้”
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดมากขึ้น และผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้น ในช่วงดึกวันอังคาร กองทัพคูเวตระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลัง “สกัดกั้นเป้าหมายที่เป็นภัยคุกคาม” ต่อมา กองบัญชาการกลางสหรัฐ (U.S. Central Command) เปิดเผยว่ากองกำลังสหรัฐ สามารถสกัดขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านได้ และได้ดำเนินการ “โจมตีเพื่อป้องกันตัวเอง” ที่เกาะเกชม์ เพื่อตอบโต้ความพยายามโจมตีของอิหร่านในหลายพื้นที่ของตะวันออกกลาง
พร้อมกันนั้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐก็ขยับขึ้น โดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี เคลื่อนไหวเข้าใกล้ระดับ 4.5% และยีลด์อายุ 30 ปี ใกล้ 5% ผลตอบแทนขยับขึ้นแรงหลังจากตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน (ADP) เดือนพฤษภาคมออกมาแข็งแกร่ง และดัชนีภาคบริการขยายตัวชะลอลงเพียงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า
“สิ่งที่คุณเห็นวันนี้คือการย่อตัวลงของตลาด จากมุมมองที่ว่าการลดดอกเบี้ยอาจไม่ง่ายนัก เมื่อเศรษฐกิจดูเหมือนกำลังเร่งตัวขึ้น” ชอว์น สไนเดอร์ นักกลยุทธ์เศรษฐกิจจาก Potomac Fund Management กล่าว
นอกจากนี้ จากข้อมูลเครื่องมือติดตามเฟด CME FedWatch Tool ตลาดคาดว่าเฟดน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้
“คุณยังไม่เห็นอุปสงค์ลดลงอย่างรุนแรง แบบที่บางคนคาดว่าจะเกิดขึ้น” สไนเดอร์กล่าวเสริม
ด้านหุ้นในธีมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็เป็นอีกปัจจัยกดดันตลาดในวงกว้าง โดยหุ้น Nvidia และ Dell Technologies ร่วงลงมากกว่า 3% ขณะที่ Oracle ดิ่งมากกว่า 5% และ Microsoft อ่อนตัวลงราว 3% เช่นกัน

