“หุ้นกลุ่มสายการบิน” แม้แรงกดดันจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ตะวันออกกลางจะเริ่มผ่อนคลายลง แต่บรรดานักวิเคราะห์ยังคงมองการลงทุนด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงยังอยู่ในระดับสูงและมีความผันผวน ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีแนวโน้มอ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ภาพการฟื้นตัวอาจชัดเจนขึ้นช่วงครึ่งหลังตามทิศทางท่องเที่ยวไทย
นายกรรณ์ หทัยศรัทธา, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หุ้นสายการบินไทยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในระดับเป็นกลาง แม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายลงก็ตาม เนื่องจากกลุ่มสายการบินยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงมีอยู่
ทั้งนี้ แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะเริ่มปรับตัวลดลง แต่ทว่าโอกาสที่จะกลับลงไปสู่ระดับ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลยังเป็นไปได้ยาก โดยคาดว่าน้ำมันจะเคลื่อนไหวบริเวณ 80 ดอลลาร์ ซึ่งยังถือเป็นระดับที่สร้างภาระต้นทุนให้กับธุรกิจสายการบินทั่วโลก ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันเครื่องบิน หรือ Jet Fuel ยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 2-3 ของปี 2569 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของผู้ประกอบการสายการบิน
สำหรับหุ้นรายตัวแนะนำถือ THAI ให้ราคาเป้าหมาย 6.10-6.40 บาท แม้กำไรไตรมาส 1/69 แข็งแกร่งกว่าคาดที่ 9,000 ล้านบาท แต่คาดว่าต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจะเริ่มกดดันผลประกอบการในไตรมาสถัดไป ขณะที่ BA ถูกเลือกเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม จากจุดแข็งของสนามบินสมุยและรายได้สม่ำเสมอจาก BAREIT ส่วน AAV ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันเช่นเดียวกับภาพรวมอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ กลุ่มสายการบินยังไม่เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว จากความเสี่ยงด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่ผันผวนและปัจจัยกดดันจากมาตรการใหม่ของ AOT จึงแนะนำเทรดดิ้งเล่นรอบมากกว่าถือยาวในช่วงนี้
นายดิษฐนพ วัธนเวคิน นักวิเคราะห์อาวุโส บล.กรุงศรี กล่าวว่า ราคาน้ำมันเจ็ทที่ลดลงมาอยู่ที่ราว 130-140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าสมมติฐานเดิมที่ 160 ดอลลาร์ ถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นสายการบิน โดยเฉพาะ THAI เนื่องจากต้นทุนน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 30-40% ของต้นทุนรวม ช่วยหนุนผลประกอบการให้ฟื้นตัวได้ดีขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบ 3 หุ้นสายการบิน พบว่า THAI ได้ประโยชน์สูงสุดจากราคาน้ำมันที่ลดลง โดยราคาเป้าหมายมีโอกาสขยับขึ้นเป็น 6.73-7.44 บาท หากราคาน้ำมันลดลงตามสมมติฐาน ขณะที่ AAV แม้ได้อานิสงส์เช่นกัน แต่ทว่าอัปไซด์จำกัดจากอัตรากำไรที่ต่ำ ส่วน BA มีความเสี่ยงต่ำกว่าเพราะมีรายได้หลากหลายจากสนามบินสมุยและเงินปันผลจาก BDMS แต่ได้รับผลบวกจากน้ำมันขาลงน้อยกว่าคู่แข่ง
นอกจากนี้ THAI ยังมีปัจจัยหนุนระยะสั้นจากการคาดจะได้รับการคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนี SET50 ในสัดส่วนเต็ม 100% โดยคาดจะมีการประกาศผลช่วงกลางเดือนมิ.ย. และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งจากสถิติในอดีต หุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้าสู่ดัชนีมักให้ผลตอบแทนเฉลี่ยราว 6-7% ในช่วง 30-45 วันก่อนวันมีผลจริง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องจับตาผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 ที่อาจอ่อนแอจากผลกระทบต้นทุนน้ำมันในช่วงก่อนหน้า รวมถึงแรงกดดันจากหุ้นเพิ่มทุนของ THAI เกือบ 20,000 ล้านหุ้นที่จะเข้าตลาดในเดือน ส.ค.นี้ ขณะที่ ยังคงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มสายการบิน ซึ่งยอมรับว่าราคาน้ำมันที่ลดลงและโอกาสเข้า SET50 ของ THAI เป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อราคาหุ้นระยะสั้น
"ช่วงนี้หุ้นสายการบินดูน่าสนใจกว่ากลุ่มสนามบิน เพราะราคาน้ำมันเจ็ทปรับลดลง ทำให้ต้นทุนหลักของสายการบินลดลงโดยตรง ใน 3 ตัวหลัก THAI ดูเด่นสุด ทั้งเรื่องกำไรที่มีโอกาสฟื้นตัวแรงและยังมีลุ้นแรงซื้อจากการเข้า SET50 ส่วน AAV และ BA ได้ประโยชน์เหมือนกันแต่ไม่มากเท่า อย่างไรก็ตาม ยังต้องระวังผลประกอบการไตรมาส 2 และแรงขายจากหุ้นเพิ่มทุนของ THAI ในช่วง ส.ค.นี้ด้วย"
นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ภาพรวมหุ้นกลุ่มสายการบินเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังแรงกดดันจากราคาน้ำมันและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย โดยช่วงที่ยากที่สุดอาจผ่านพ้นไปแล้วจากราคาน้ำมันเครื่องบินที่ปรับตัวลดลง แต่ต้นทุนน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง จึงยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่หากความขัดแย้งทั่วโลกผ่อนคลายลงต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยหนุนการเก็งกำไรระยะสั้น
สำหรับผลประกอบการของกลุ่มสายการบิน คาดว่าไตรมาส 2 ปี 2569 ยังไม่เห็นการฟื้นตัว เนื่องจากเป็นช่วง Low Season ตามปกติของธุรกิจ แต่แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย
ทั้งนี้ นักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวนหุ้นกลุ่มสายการบิน เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีค่า Beta สูง ทำให้ราคาหุ้นตอบสนองต่อข่าวสารและการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันมากกว่าหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวอื่น ๆ ส่งผลให้กลยุทธ์ลงทุนยังเหมาะกับการเทรดดิ้งมากกว่าการถือครองระยะยาว
“หุ้นรายตัว ยังคงมองบวกต่อ THAI แนะนำเก็งกำไรระยะสั้น จากปัจจัยหนุนโอกาสกลับเข้าคำนวณดัชนี SET50 และความเสี่ยงด้านสงครามที่เริ่มคลี่คลาย แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงยังสูง แต่แรงกดดันต่อกลุ่มสายการบินเริ่มลดลง และมีโอกาสฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังตามการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น”

