วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

หุ้นสหรัฐทุบสถิติไม่หยุด แนสแด็กพุ่ง 8% เดือนพ.ค. หุ้นเทคฯนำตลาด

หุ้นสหรัฐทุบสถิติไม่หยุด แนสแด็กพุ่ง 8% เดือนพ.ค. หุ้นเทคฯนำตลาด

หุ้นสหรัฐปิดทำสถิติสูงสุดอีกครั้งเมื่อคืนที่ผ่านมา หุ้นเทคโนโลยีนำตลาด รอบเดือน ดัชนีแนสแด็กพุ่งมากกว่า 8% S&P 500 พุ่งขึ้น 5% ดาวโจนส์เกือบ 3 % ในเดือนพฤษภาคม

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันศุกร์ (29 พ.ค. 69) ขณะที่ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง ช่วยให้ดัชนีสำคัญปิดบวกตลอดทั้งเดือน โดยมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นแรงหนุนหลัก

 

ดัชนีแนสแด็กคอมโพสิต Nasdaq Composite Index  ปิดบวก 0.2% ที่ระดับ 26,972.62 ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.22% มาปิดที่ 7,580.06 ส่วนดัชนีดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปิดบวก 363.49 จุด หรือ 0.72% ที่ 51,032.46 ทั้งสามดัชนีทำจุดสูงสุดระหว่างวันใหม่ทั้งหมดก่อนหน้านี้เช่นกัน

หุ้น Dell Technologies เป็นหนึ่งในผู้ชนะของวัน ราคาหุ้นพุ่งเกือบ 33% ทำสถิติวันดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา หลังผู้ผลิตแล็ปท็อปรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกออกมาดีกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร และยังปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปี

 

หุ้น Micron Technology  และ Qualcomm ปรับขึ้น 5% และ 3% ตามลำดับ เสริมแรงบวกจากช่วงก่อนหน้า แม้ว่าทั้งสองบริษัทจะเผชิญแรงขายหนักในเดือนนี้ แต่โดยรวมแล้วต่างก็ให้ผลตอบแทนโดดเด่น โดยหุ้นไมครอนพุ่งเกือบ 88% ในเดือนพฤษภาคม ส่วนควอลคอมม์เพิ่มขึ้นเกือบ 40%

กองทุน Technology Select Sector SPDR (XLK) ซึ่งทำจุดสูงสุดรอบ 52 สัปดาห์ใหม่ในวันศุกร์ ปรับขึ้นเกือบ 20% ตลอดเดือน

“เดลล์เปรียบเสมือนตัวแทนของเรื่องราวกำไรที่ขยายตัวจากเอไอ” เดวิด นิโคลัส ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง XFUNDs by Nicholas Wealth กล่าว “เราเริ่มจากชิป หน่วยความจำ แต่มาตอนนี้มันเกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐานเอไอในภาพรวมแล้วจริง ๆ”

 

วันศุกร์เป็นวันซื้อขายสุดท้ายของเดือนพฤษภาคม และทั้งสามดัชนีหลักต่างปิดบวก โดยแนสแด็กทำผลงานโดดเด่นสุด เพิ่มขึ้นมากกว่า 8% ตลอดเดือน S&P 500 ปิดบวก 5% ส่วนดาวโจนส์เพิ่มขึ้นเกือบ 3%

 

ทั้งสามดัชนียังปิดบวกเมื่อมองรายสัปดาห์ โดยแนสแด็กนำด้วยผลตอบแทนมากกว่า 2% S&P 500 เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ในสัปดาห์ ส่วนดาวโจนส์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยไม่ถึง 1%

 

หุ้นสหรัฐเพิ่งผ่านพ้นวันทำสถิติสูงสุด หลังจากที่สหรัฐ-อิหร่าน เห็นพ้องผ่านผู้เจรจาอิหร่านในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อขยายการหยุดยิงออกไป 60 วัน

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ Truth Social เมื่อเช้าวันศุกร์ว่า เขากำลังเข้าประชุมในห้องสถานการณ์ฉุกเฉินทำเนียบขาว (Situation Room) “เพื่อทำข้อสรุปขั้นสุดท้าย” และย้ำว่าอิหร่าน “ต้องยอมรับว่าจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์อย่างเด็ดขาด” เขายังระบุด้วยว่าช่องแคบฮอร์มุซต้อง “เปิดทันที”

ราคาน้ำมันดิบร่วงลง

หลังคำแถลงดังกล่าว สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ปิดร่วง 1.73% สู่ระดับ 87.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วง 1.77% ปิดที่ 92.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคา WTI ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงของสหรัฐปรับตัวลงรายเดือนแรงที่สุดนับจากเมษายน 2025 โดยร่วงเกือบ 17%

 

“แน่นอนว่ายังมีความเสี่ยงแบบ ‘หงส์ดำ’ ที่อาจเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ แต่สัญชาตญาณผมบอกว่าความขัดแย้งครั้งนี้น่าจะจบลงในเวลาไม่นาน” นิโคลัสกล่าว “ตลาดได้สะท้อนความเสี่ยงส่วนใหญ่นั้นไปแล้ว แต่ผมคิดว่ามันจะเปิดทางให้ตลาดเดินหน้าขึ้นต่อไปได้”