วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤษภาคม 2569

Login
Login

OR ชู ‘อีวี-อเมซอน’ หนุนโต ‘เวอร์ชวลแบงก์’ สร้างผลตอบแทนอนาคต

OR ชู ‘อีวี-อเมซอน’ หนุนโต  ‘เวอร์ชวลแบงก์’ สร้างผลตอบแทนอนาคต

นางสาววิไลวรรณ กาญจนกันติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารการเงิน บริษัท ปตท. น้ำมันและการ ค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 จะชะลอตัวลงเล็กน้อยตามฤดูกาล โดยบริษัทยังคงตั้งเป้าหมายทั้งปีนี้ในส่วนของค่าการตลาดน้ำมันจะประคองให้อยู่ในกรอบ 1.00 บาท บวกลบส่วน “กลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์” คาดจะยังคงรักษาอัตรากำไร (EBITDA) ไว้ในระดับสูงที่ 28-30% ได้ตามแผน

พร้อมคาดปริมาณการขายในกลุ่ม Mobility จะอยู่ในลักษณะ “ทรงตัว” และมีอัตรากำไร (Margin) อยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก เนื่องจากราคาน้ำมันยังมีความผันผวนสูง และยังต้องติดตามสถานการ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยคาดการณ์ราคาเฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ในช่วง 62-104 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล 

OR ชู ‘อีวี-อเมซอน’ หนุนโต  ‘เวอร์ชวลแบงก์’ สร้างผลตอบแทนอนาคต

ขณะที่ แนวโน้มภาพรวมของเศรษฐกิจจีดีพีไทย โดย IMF คาดว่าจะอยู่ที่ 1.5% ซึ่งคาดหวังว่าภาครัฐจะมีมาตรการต่าง ๆ ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากสถานการณ์กลับมาได้ตามสภาวะปกติเชื่อว่าจะส่งผลให้ “กลุ่มธุรกิจ Mobility” เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมุ่งเน้นการทรานส์ฟอร์มธุรกิจไปสู่ “พลังงานสะอาดและค้าปลีก” อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อลดการพึ่งพิงค่าการตลาดน้ำมันที่มีความผันผวนสูง

ทั้งนี้ พบมีสัญญาณบวกจาก “ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า” (EV) เป็นโอกาสทางธุรกิจในระยะยาวโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ EV Station PluZ กำลังส่งสัญญาณการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญตามยอดจดทะเบียนรถยนต์ EV ในไทยที่ทะลุ 300,000 คัน โดยอัตราการเข้าใช้บริการ (Utilization Rate) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันเริ่มแตะจุดคุ้มทุน และสร้างผลกำไรได้แล้ว

 

นอกจากนี้ ยังเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านของพลังงานด้วยโมเดล EV Hub สถานีชาร์จความเร็วสูง (มากกว่า 180 กิโลวัตต์) ขนาด 6 หัวชาร์จขึ้นไป ซึ่งเปิดให้บริการแล้ว 23 แห่ง ครอบคลุมเมืองท่องเที่ยวและหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ ชลบุรี และภูเก็ต เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนการใช้น้ำมันที่มีแนวโน้มทรงตัวและลดลงในอนาคต

ส่วน “กลุ่มธุรกิจ Lifestyle” คาดว่าผลการดำเนินงาน ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาธุรกิจ Café Amazon (คาเฟ่ อเมซอน) จากจำนวนสาขาเพิ่มขึ้น โดยไตรมาส 1 ปี 259 มีจำวนสาขาทั้งหมด 5,042 สาขา และยอดขายกาแฟจำนวน 115 ล้านแก้ว รวมถึงมองโอกาสในต่างประเทศในแถบเอเชีย ที่มีศักยภาพในอนาคต

“เรามองหาโอกาสการลงทุนธุรกิจ Café Amazon ในภูมิภาคเอเชีย โดยเน้นการให้สิทธิ์แบบมาสเตอร์แฟรนไชส์ (Master Franchise) ในประเทศที่มีศักยภาพและมีความสนใจในตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งในขณะนี้มีการดำเนินธุรกิจกระจายอยู่ในกว่า 10 ประเทศ”

รวมทั้ง “ธุรกิจร้านสะกวดซื้อ” 7-Eleven และ Jiffy ภายในสถานีบรการน้ำมัน ยังได้รับการตอบรับที่ดีและสามารถที่จะขยายสาขาที่มีศักยภาพเพิ่มเติม จากปัจจุบันที่มีสาขา กว่า2,455 แห่ง รองรับการเดินทางและท่องเที่ยว พร้อมกับวางกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ โดยการใช้แคมเปญส่งเสริมการขายและกิจกรรมทางการตลาดต่าง ๆ เพื่อจูงใจผู้บริโภค รวมถึงการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการเติบโตทั้ง OR คาดว่าในส่วนของธุรกิจ Lifestyle จะสามารถรักษาอัตรากำไร EBITDA Margin ให้อยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 28-30% ขึ้นไป ในปี 2569

สำหรับ “ธุรกิจธนาคารไร้สาขา” (Virtual Bank) ที่บริษัทได้ร่วมลงทุนกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC จะเป็นโอกาสให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงินต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งของธนาคาร และบริการอื่น ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ และแอปพลิเคชัน และเป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศ (Ecosystem) ทั้งในส่วนของ OR ,KTB และ ADVANC จากฐานลูกค้าเข้ามาช่วยเสริมธุรกิจเดิมที่มีอยู่ให้แข็งแกร่งขึ้น