ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเกือบ 200 จุดทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อคืน ตามมาด้วย S&P 500 ทุบสถิติเช่นกัน ขณะราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวจากความหวังสหรัฐจะสงบศึกกับอิหร่าน
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ปรับตัวขึ้น 182.60 จุด หรือ 0.36% ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 50,644.28 จุดวันพุธ (27 พ.ค. 69) โดยระหว่างวันทำจุดสูงสุดตลอดกาลด้วย ส่วนดัชนี S&P 500 ขยับขึ้นเล็กน้อย 0.02% ปิดที่ 7,520.36 จุด ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.07% ปิดที่ 26,674.73 จุด
การปรับตัวลงของราคาน้ำมันช่วยหนุนดาวโจนส์ หลังราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วง 5.55% มาปิดที่ 88.68 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังสื่อทางการอิหร่านรายงานว่าประเทศมีความมุ่งมั่นจะฟื้นฟูการขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ระดับก่อนสงครามภายในหนึ่งเดือน ตามรายงานของรอยเตอร์ อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยระบุว่าเป็น “เรื่องแต่งขึ้นทั้งหมด”
ด้านหุ้นกลุ่มชิปเริ่มอ่อนแรงลงในวันพุธ หลังจากที่ทะยานขึ้นก่อนหน้า หุ้น Micron Technology ซึ่งเมื่อวันอังคารพุ่งขึ้นกว่า 19% จนมูลค่าตลาดแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ปิดบวกได้ 3.6% ต่ำกว่าจุดสูงสุดระหว่างวัน ขณะที่หุ้นเซมิคอนดักเตอร์รายอื่นอย่าง Intel และ Qualcomm ปรับตัวลง 1% และ 6% ตามลำดับ โดย Intel เพิ่งพุ่งกว่า 3% เมื่อวันอังคาร ส่วน Qualcomm เพิ่มขึ้นกว่า 4%
ก่อนหน้านี้ Micron พุ่งแรงจากรายงานเชิงบวกของธนาคาร UBS ที่ประเมินว่าราคาหุ้นมีโอกาสมากกว่าสองเท่าจากระดับปัจจุบัน เนื่องจากมีการทำข้อตกลงระยะยาวของซัพพลายเออร์หน่วยความจำเพื่อรองรับการพัฒนา AI นักลงทุนจึงหันมาเก็งกำไรหุ้นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำเป็นหลักในการเล่นธีมกระแส AI ขณะที่คู่แข่งจากเกาหลีใต้อย่าง SK Hynix ก็มีกำลังซื้อล้นจนมูลค่าตลาดแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์เช่นกันในชั่วข้ามคืน
เอริค พาร์เนล หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาดจาก Great Valley Advisor Group ให้ความเห็นว่า “ผลกระทบเชิงเปลี่ยนโฉมของ AI ในอีกหลายปีและหลายทศวรรษข้างหน้าถูกประเมินค่าไม่ได้ แต่ราคาหุ้นจำนวนมากในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านประมวลผลให้กับ AI ได้พุ่งขึ้นจนตึงตัวมากและล้ำหน้าพื้นฐานไปไกลแล้ว” เขาเสริมว่า แม้ตอนนี้จะอยู่ในรอบเฟื่องของหุ้นชิป แต่ในอดีตเมื่อมีรอบบูม ก็มักตามมาด้วยรอบฟองสบู่แตกเสมอ
JPMorgan ก็เป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ปรับตัวลดลงในวันพุธ โดยราคาหุ้นร่วงลง 2% หลังจากเจมี ไดมอน ซีอีโอของธนาคารกล่าวว่า ธนาคารอาจใช้เงินสูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์ในการเข้าซื้อกิจการ “ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

