"หุ้นไทย" วันนี้ (27 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,575.58 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22.22 จุด หรือ 1.43% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA และ HANA ได้รับปัจจัยหนุนหลังตลาดหุ้นสหรัฐทำออลไทม์ไฮ ด้านปัจจัยในประเทศยังคงมีความคาดหวังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (27 พ.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,575.58 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 22.22 จุด หรือ 1.43% โดย หุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,581.03 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,559.58 จุด และมี มูลค่าซื้อขาย รวม 40,744.41 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 360.00 บาท เพิ่มขึ้น 21.00 บาท หรือ 6.19% มูลค่าซื้อขาย 7,565.95 ล้านบาท
- HANA ราคาปิด 41.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 9.15% มูลค่าซื้อขาย 2,405.19 ล้านบาท
- GULF ราคาปิด 62.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.21% มูลค่าซื้อขาย 2,332.61 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 197.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.51% มูลค่าซื้อขาย 2,245.59 ล้านบาท
- BBL ราคาปิด 172.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.86% มูลค่าซื้อขาย 1,977.35 ล้านบาท
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในทางบวก จากตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำออลไทม์ไฮ ประกอบกับสัญญาณเชิงบวกจากโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส
ปัจจัยต่างประเทศ
ได้แรงหนุนจากนักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อดีมานด์ในกลุ่ม AI รวมถึงสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี สะท้อนผ่าน S&P500, Nasdaq และ Philadelphia SE Semiconductor Index ที่ปรับตัวขึ้น 0.61%, 1.19% และ 5.53% ตามลำดับ สูงสุดเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ตามยังคงต้องรอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความเปราะบางมากขึ้น หลังจากศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ส่งปฏิบัติการทางทหารโจมตีพื้นที่โดรนของอิหร่าน ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) แถลงว่าได้ยิงโดรน MQ-9 Reaper ของสหรัฐ
ส่งผลให้การเจรจาสันติภาพมีผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอน อีกทั้งยังส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้น 3.58% ปิดที่ 99.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยภายในประเทศ
หุ้นในกลุ่ม Domestic เป็นอีกกลุ่มที่มีความน่าสนใจ ท่ามกลางความหวังจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเพิ่มเติมจากตัวเลขนักท่องเที่ยวสัปดาห์ที่ 21 เพิ่มขึ้น 12.3%
ทางด้านวิจัยกรุงศรี ประมาณการไทยกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ช่วยดัน GDP ได้ 0.2-0.5%
ในวันนี้คาดดัชนีแกว่งตัวในทางบวก จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางที่จำกัดอัปไซด์ดัชนี และติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศอย่างโครงการไทยช่วยไทยพลัส
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ BH จากการขึ้นค่ารักษาพยาบาลมีอัตรากำไรที่ดีขึ้น และ MRDIYT จากบรรยากาศเชิงบวกจากการเข้าคำนวณ MSCI พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสาขาเป็น 210 สาขา

