วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นไทยพุ่งแรง 26.80 จุด รับคลายกังวลตะวันออกกลาง มาตรการรัฐหนุน-DELTA นำตลาด

ตลาดหุ้นไทยพุ่งแรงปรับขึ้น 26.80 จุด หรือ 1.73% อยู่ที่ 1,580.16 จุด โปรยเผย รับแรงหนุนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย ราคาน้ำมันร่วง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ขณะที่ DELTA นำทีมหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ดันดัชนี ด้านโบรกมองกลุ่มไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม และ KKP ยังเป็นหุ้นเด่นน่าสะสมรับกระแส Data Center และเศรษฐกิจฟื้นตัว

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่มีสัญญาณดีขึ้น ซึ่งสะท้อนผ่านราคาน้ำมันที่ลดลง ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุน
  • ปัจจัยในประเทศได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส รวมถึงตัวเลขส่งออกที่ดีกว่าคาด และแนวโน้ม GDP ที่อาจปรับเพิ่มขึ้น
  • หุ้น DELTA มีอิทธิพลอย่างสูงต่อตลาด โดยบทวิเคราะห์ระบุว่าหากหักผลกระทบของ DELTA ออกไป ค่า P/E ของตลาดโดยรวมจะลดลงจาก 16 เท่า เหลือประมาณ 14 เท่า สะท้อนถึงการเป็นหุ้นที่นำตลาด

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 27 พ.ค.2569 เวลา 10.15 น. ปรับขึ้น 26.80 จุด หรือ 1.73% อยู่ที่ 1,580.16 จุด มูลค่าการซื้อขาย 15,861.33 ล้านบาท
 

หุ้นไทยพุ่งแรง 26.80 จุด รับคลายกังวลตะวันออกกลาง มาตรการรัฐหนุน-DELTA นำตลาด

วิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นแรงกว่า 26 จุด จากแรงหนุนทั้งปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ โดยต่างประเทศได้แรงบวกจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น สะท้อนผ่านราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงราว 6-7% ช่วยให้ตลาดคลายความกังวลลง
 

ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ได้แรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ อาทิ โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่เตรียมเริ่มในช่วงต้นเดือนหน้า รวมถึงตัวเลขส่งออกที่ออกมาดีกว่าคาด และทิศทาง GDP ที่มีโอกาสปรับเพิ่ม จากความพยายามเร่งดึงดูดการลงทุนใหม่ของรัฐบาล

ส่วนด้านระดับ Valuation ตลาด ปัจจุบันดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่บริเวณ 1,500 จุดปลายๆ มีค่า P/E ราว 16 เท่า ซึ่งอาจไม่ถือว่าถูกมากนัก แต่หากหักผลกระทบของ DELTA ออก ค่า P/E ตลาดจะลดลงเหลือประมาณ 14 เท่า สะท้อนว่าหุ้นส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีราคาแพงเกินไป

สำหรับ กลยุทธ์ลงทุน แนะนำเก็งกำไรหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แม้ราคาปรับขึ้นมามากแต่ยังมีโอกาสไปต่อหากกำไรยังเติบโต ขณะที่กลุ่มที่น่าสะสมเมื่ออ่อนตัว ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้าและนิคมอุตสาหกรรมที่ได้อานิสงส์จากกระแส Data Center รวมถึงหุ้นโรงพยาบาลอย่าง BH ที่ความกังวลเรื่องลูกค้าตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย

ส่วนกลุ่มธนาคาร แนะนำ KKP เป็นหุ้นเด่น จากแนวโน้มดอกเบี้ยทรงตัวและมีโอกาสปรับขึ้นในอนาคต ประกอบกับธุรกิจลูกที่ฟื้นตัวตามภาวะตลาดหุ้น และการเติบโตของสินเชื่อที่ยังอยู่ในทิศทางบวก