‘RML’ ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุน ชำระหุ้นกู้ตรงตามกำหนด 2,700 ล้านบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พร้อมไถ่ถอนก่อนกำหนดอีก 140 ล้านบาท เตรียมออกหุ้นกู้ใหม่จำนวนไม่เกิน 6 ชุด ดอกเบี้ยสูงสุด 7.35%
บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML เดินหน้าสะท้อนความสามารถในการบริหารการเงินและรักษาวินัยในการชำระหนี้ หลัง "ชำระคืนหุ้นกู้" ตรงตามกำหนดแล้วกว่า 2,700 ล้านบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พร้อมประกาศไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดรวมกว่า 140 ล้านบาท
ตอกย้ำสภาพคล่องและความพร้อมในการบริหารภาระหนี้ ขณะเดียวกันเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ใหม่จำนวนไม่เกิน 6 ชุด "อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 7.35%" เพื่อรองรับแผนการดำเนินธุรกิจและการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป
นายวรุณ วรวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML กล่าวว่า แม้ตลาดทุนและภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญกับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง แต่บริษัทฯ ยังคงรักษาวินัยทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
“การชำระคืนหุ้นกู้กว่า 2,700 ล้านบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารสภาพคล่องและความมุ่งมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ขณะเดียวกัน การประกาศไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดในครั้งนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนถึงความพร้อมด้านการเงินของบริษัทฯ” นายวรุณ กล่าว
ล่าสุด RML ได้ยื่นร่างแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่จำนวนไม่เกิน 6 ชุด มูลค่ารวมไม่เกิน 510 ล้านบาท
โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 2 ปี และเสนออัตราดอกเบี้ยระหว่าง 7.15–7.35% ต่อปี ซึ่งถือเป็นระดับผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ทั่วไปในตลาดปัจจุบัน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนภายใต้ภาวะตลาดที่ผันผวน
นอกจากนี้ นายวรุณ ยังได้ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า แผนการชำระคืนหุ้นกู้อย่างต่อเนื่องเป็นส่วนหนึ่งของแผนการถอนการลงทุนหรือ “ไดเวสต์เมนต์” ของบริษัท ภายหลังจากการเพิ่มทุนเมื่อปี 2567 โดยเงินที่ใช้สำหรับการชำระคืนหุ้นกู้ในครั้งนี้มาจากรายได้การขายสินทรัพย์บางส่วนในโครงการอาคารสำนักงาน “วัน ซิตี้ เซ็นเตอร์” หรือ OCC ราว 700 ล้านบาท
ในช่วงที่ผ่านมา RML เดินหน้าขายสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิมอย่างต่อเนื่อง อย่างคอนโด “ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์” และคอนโด “เทตต์ สาทร ทเวลฟ์” ซึ่งปัจจุบันได้ขายไปจนหมดแล้ว เหลือเพียงอาคารสำนักงาน OCC ซึ่งมีมูลค่าตามสัดส่วนที่ RML ถือครองอยู่ราว 8,400-11,000 ล้านบาท ที่กำลังได้รับความสนใจจากกองทุนเพื่อความมั่งคั่งแห่งชาติ นักลงทุนสถาบัน รวมถึงนักลงทุนจากตะวันออกกลางที่ต้องการขยายการลงทุนมายังไทย
ทั้งนี้ การที่ RML ไม่เคยผิดนัดชำระหุ้นกู้เลยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีสาเหตุมาจากการที่บริษัทสามารถออกหุ้นกู้ชุดใหม่มาเสนอขายเพื่อระดมทุนไปชำระคืนหุ้นกู้ชุดเก่าได้ตามกำหนดเวลา เนื่องจากนักลงทุนและผู้ถือหุ้นกู้รายใหญ่ของ RML ซึ่งโดยมากจะเป็นนักลงทุนรายเดิมนั้น มีความเชื่อมั่นต่อบริษัทในการบริหารจัดการด้านการเงิน ผ่านการที่บริษัทยังคงสัดส่วนสินทรัพย์ได้เป็น 2 เท่าของหนี้สิน
“ปัญหาด้านสภาพคล่องเป็นปัญหาที่ธุรกิจอสังหาฯ ในภาพรวมต่างกำลังเผชิญอยู่ เพียงแต่จะมากหรือน้อยเท่านั้น ปัจจัยหลักมาจากกำลังซื้อคนไทยในปัจจุบันอ่อนแรงลงมาก ประกอบกับธนาคารพาณิชย์มีความระมัดระวังมากขึ้นในการให้สินเชื่อ ดังนั้น RML จึงมีความพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้ความสามารถในการตีตลาดต่างชาติที่เราถนัด ในการเติมลูกค้าต่างชาติให้เต็มโควตาที่ 49% ในทุกโครงการ”
สำหรับการออกหุ้นกู้ใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาเติมสภาพคล่องในช่วงเปลี่ยนผ่านระยะ 3-6 เดือน ระหว่างรอการขายสินทรัพย์ตึก OCC โดยหากขายสินทรัพย์ในส่วนนี้สำเร็จ จะมีส่วนช่วยในการลดหนี้สินของบริษัทลง และเปลี่ยนผ่านฐานะทางการเงินของไรมอนแลนด์ให้กลับมามีกระแสเงินสดที่เสถียรและหลุดพ้นจากสภาวะตึงตัวทางการเงิน
ในระยะต่อจากนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตโครงการระดับลักชัวรีและอัลตราลักชัวรีอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการ “SLS Residences Phuket Kamala” รวมถึงอีก 2 โครงการใหม่บนทำเลศักยภาพใจกลางสุขุมวิท ได้แก่ โครงการ “Branded Residence” โรงแรมระดับไฮเอนด์ และ “Design Hotel” ซึ่งรวมมูลค่าโครงการกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

