วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม 2569

Login
Login

S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ หุ้น Micron พุ่งจุดแรงซื้อกลุ่มเทคฯ

S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ หุ้น Micron พุ่งจุดแรงซื้อกลุ่มเทคฯ

ดัชนี S&P 500 และ แนสแด็กปิดตลาดทำสถิติสูงสุดใหม่ นำโดยหุ้น Micron จุดชนวนแรงซื้อในกลุ่มเทคโนโลยี นักลงทุนมีความหวังสหรัฐ-อิหร่านจะปิดดีลสงครามอิหร่าน

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนี S&P 500 และแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดระหว่างวันครั้งใหม่ในวันอังคาร (26 พ.ค. 69) นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนประเมินโอกาสที่สหรัฐและอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามอิหร่าน

 

ดัชนีตลาดในวงกว้าง S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.61% ปิดที่ 7,519.12 ขณะที่ดัชนี Nasdaq ซึ่งมีน้ำหนักหุ้นเทคโนโลยีสูง เพิ่มขึ้น 1.19% ปิดที่ 26,656.18 ทั้งสองดัชนีปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ด้วย ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ลดลง 118.02 จุด หรือ 0.23% ปิดที่ 50,461.68 ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันหยุด Memorial Day

ราคาหุ้น Micron พุ่งดันมูลค่าตลาดทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์

หุ้นของ Micron Technology พุ่งขึ้น 19% และมูลค่าตลาดของบริษัท ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางมุมมองเชิงบวกจากนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท โดยเฉพาะ UBS ที่มองว่าราคาหุ้นยังมีอัพไซด์ได้เกิน 100% จากระดับปัจจุบัน โดยอ้างอิงถึงประโยชน์จากสัญญาระยะยาวของบริษัท หุ้น Micron ปิดสัปดาห์ที่แล้วด้วยการปรับขึ้นค่อนข้างมาก แม้จะเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยการร่วงลงจากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำโดยรวม

 

หุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำรายอื่นอย่าง Seagate Technology และ Western Digital ปรับตัวขึ้นตาม Micron โดยเพิ่มขึ้น 4% และ 8% ตามลำดับ กองทุนอีทีเอฟ ETF Roundhill Memory (DRAM) พุ่งขึ้นมากกว่า 14% และทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน

 

สหรัฐอ้างโจมตีอิหร่านเพื่อป้องกันตนเอง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่าการเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสงคราม “กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี” แต่ก็เตือนว่าสหรัฐอาจเปลี่ยนไปใช้มาตรการโจมตีอิหร่านได้หากการเจรจาล้มเหลว

 

นอกจากนี้ สหรัฐระบุว่าได้ปฏิบัติการโจมตีในลักษณะ “ป้องกันตนเอง” ทางตอนใต้ของอิหร่านในช่วงเช้าวันอังคาร โดยบางเป้าหมายรวมถึงฐานยิงขีปนาวุธและเรืออิหร่านที่พยายามวางทุ่นระเบิด ตามคำกล่าวของทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐ เขากล่าวเสริมว่าสหรัฐแสดง “ความยับยั้งชั่งใจระหว่างการหยุดยิง” ระหว่างทั้งสองประเทศ

 

ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฟื้นตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดหลังเหตุโจมตี โดยสัญญาล่วงหน้าดับเบิลยูทีไอ (WTI) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 2.81% ปิดที่ 93.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ ดีดตัวขึ้น 3.58% ปิดที่ 99.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

 

“นักลงทุนในตอนนี้ผมคิดว่ามีความมองโลกในแง่ดีอย่างมาก ว่าสงครามจะยุติในไม่ช้า และทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนก่อนสงคราม” รอน อัลบาฮารี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ LNW กล่าว

 

อัลบาฮารีเสริมว่า ขณะนี้ในตลาดมี “ภาวะชักเย่อกันอยู่” นักลงทุนเชื่อใน “สึนามิของเม็ดเงินลงทุนที่ผลักดันตลาดให้สูงขึ้น” ในขณะที่ฐานเศรษฐกิจสหรัฐ “ยังค่อนข้างเปราะบาง” และเงินเฟ้อ “มีแนวโน้มจะกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง”

 

การปรับตัวลงของราคาน้ำมันช่วยหนุนตลาดหุ้นในสัปดาห์ที่แล้ว โดยน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่งผ่านสัปดาห์ที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ 17 เมษายน ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.9% ในสัปดาห์ที่แล้ว ทำสถิติขาขึ้นรายสัปดาห์ต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2023 ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 2.1% ทำให้เป็นการปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ครั้งที่สามในสี่สัปดาห์ ส่วน Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.5% เป็นสัปดาห์ที่เจ็ดจากแปดสัปดาห์ที่บวก

 

อย่างไรก็ตาม แม้น้ำมันดิบจะปรับลง แต่ยังซื้อขายในระดับที่สูงกว่าต้นปีอยู่มาก ประกอบกับแรงกดดันด้านราคาที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ความคาดหวังของนักลงทุนต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐลดลง นักลงทุนปัจจุบันให้น้ำหนักความเป็นไปได้ราว 11% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นจากเพียง 0.9% เมื่อเดือนที่แล้ว ตามข้อมูลจากเครื่องมือติดตามเฟด FedWatch ของ CME Group