"หุ้นไทย" วันนี้ (25 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,550.33 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.66 จุด หรือ 0.76% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากการเปิดลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" วันแรก หนุนแรงซื้อเก็งกำไรกลุ่มค้าปลีก ไฟแนนซ์ และขนส่ง ด้านตัวเลขการส่งออกเดือน เม.ย. โต 23.1% สูงกว่าคาด ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (25 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,550.33 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.66 จุด หรือ 0.76% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,558.95 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,545.63 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 63,484.38 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 334.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.60% มูลค่าซื้อขาย 4,391.41 ล้านบาท
- CCET ราคาปิด 9.15 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาท หรือ 15.09% มูลค่าซื้อขาย 4,253.91 ล้านบาท
- GULF ราคาปิด 62.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 2.06% มูลค่าซื้อขาย 2,940.91 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 134.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.74% มูลค่าซื้อขาย 2,703.51 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 36.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 2,355.47 ล้านบาท
ทีมนักวิเคราะห์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยมีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบจุดสูงสุดในช่วงเช้าที่ระดับ 1,558 จุด ยืนเหนือแนวต้านเดิมเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมาที่ 1,545 จุด ตอบรับความหวังหลังมีรายงานว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดให้สัญจรอีกไม่ช้านี้
ด้านปัจจัยภายในประเทศ ได้แรงส่งจากกระทรวงพาณิชย์ที่เผยยอดการส่งออกของไทยในเดือนเม.ย. เติบโต 23.1% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 16-20% สวนทางยอดการนำเข้าพุ่งสูงขึ้น 45% ส่งผลให้เดือนดังกล่าวไทยขาดดุลการค้าราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากการเปิดลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เป็นวันแรก สร้างแรงกระตุ้นและการเก็งกำไรเข้ามาในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง ไฟแนนซ์ และค้าปลีก
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบสลับเข้ามาจากรายงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่เปิดเผยยอดการส่งออกรถยนต์ในเดือนเมษายน อยู่ที่ระดับ 60,190 คัน ซึ่งหดตัวลดลง 8.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ในระยะถัดไป คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 1,542-1,547 จุด และแนวต้าน 1,557-1,562 จุด ยังคงมีความเสี่ยงต่อการสลับพักตัว เนื่องจากรับรู้ปัจจัยบวกไปพอสมควร โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาคือความชัดเจนของการเปิดสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ และการหมุนเวียนเงินลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมหลังดัชนีขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญ

