วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” วันนี้ (25 พ.ค. 2569) ปิดบวก 11.66 จุด ลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" วันแรก ผสานตัวเลขส่งออกโตแกร่ง

“หุ้นไทย” วันนี้ (25 พ.ค. 2569) ปิดบวก 11.66 จุด ลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" วันแรก ผสานตัวเลขส่งออกโตแกร่ง

"หุ้นไทย" วันนี้ (25 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,550.33 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.66 จุด หรือ 0.76% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากการเปิดลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" วันแรก หนุนแรงซื้อเก็งกำไรกลุ่มค้าปลีก ไฟแนนซ์ และขนส่ง ด้านตัวเลขการส่งออกเดือน เม.ย. โต 23.1% สูงกว่าคาด ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (25 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,550.33 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.66 จุด หรือ 0.76% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,558.95 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,545.63 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 63,484.38 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 334.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 0.60% มูลค่าซื้อขาย 4,391.41 ล้านบาท
     
  2. CCET ราคาปิด 9.15 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาท หรือ 15.09% มูลค่าซื้อขาย 4,253.91 ล้านบาท
     
  3. GULF ราคาปิด 62.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 2.06% มูลค่าซื้อขาย 2,940.91 ล้านบาท
     
  4. SCB ราคาปิด 134.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.74% มูลค่าซื้อขาย 2,703.51 ล้านบาท
     
  5. PTT ราคาปิด 36.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 2,355.47 ล้านบาท

ทีมนักวิเคราะห์ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยมีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบจุดสูงสุดในช่วงเช้าที่ระดับ 1,558 จุด ยืนเหนือแนวต้านเดิมเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมาที่ 1,545 จุด ตอบรับความหวังหลังมีรายงานว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจกลับมาเปิดให้สัญจรอีกไม่ช้านี้

ด้านปัจจัยภายในประเทศ ได้แรงส่งจากกระทรวงพาณิชย์ที่เผยยอดการส่งออกของไทยในเดือนเม.ย. เติบโต 23.1% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 16-20% สวนทางยอดการนำเข้าพุ่งสูงขึ้น 45% ส่งผลให้เดือนดังกล่าวไทยขาดดุลการค้าราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนจากการเปิดลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" เป็นวันแรก สร้างแรงกระตุ้นและการเก็งกำไรเข้ามาในกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ขนส่ง ไฟแนนซ์ และค้าปลีก

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบสลับเข้ามาจากรายงานของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่เปิดเผยยอดการส่งออกรถยนต์ในเดือนเมษายน อยู่ที่ระดับ 60,190 คัน ซึ่งหดตัวลดลง 8.43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่ในระยะถัดไป คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 1,542-1,547 จุด และแนวต้าน 1,557-1,562 จุด ยังคงมีความเสี่ยงต่อการสลับพักตัว เนื่องจากรับรู้ปัจจัยบวกไปพอสมควร โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาคือความชัดเจนของการเปิดสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ และการหมุนเวียนเงินลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมหลังดัชนีขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญ