วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'เดียร์-วทันยา' ชี้ AI เปลี่ยนเกมลงทุนโลก หุ้นไทยยังติดหล่ม Old Economy

'เดียร์-วทันยา' ชี้ AI เปลี่ยนเกมลงทุนโลก หุ้นไทยยังติดหล่ม Old Economy

โลกการลงทุนกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังเม็ดเงินทุนทั่วโลกเริ่มไหลเข้าสู่ประเทศที่มีความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี AI ส่งผลให้ตลาดเกิดใหม่หลายประเทศรวมถึงไทย ต้องเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันรอบใหม่ที่ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นการแข่งขันในระยะยาว

'เดียร์-วทันยา' ชี้ AI เปลี่ยนเกมลงทุนโลก หุ้นไทยยังติดหล่ม Old Economy

วทันยา บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด กล่าวในงาน Liberator Investment Forum 2026 ว่า โลกการลงทุนกำลังเข้าสู่ “ระเบียบใหม่” ที่เงินทุนไม่ได้ไหลตามปัจจัยเดิมอีกต่อไป แต่จะเลือกประเทศที่มีความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยี ความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ และศักยภาพในการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก

'เดียร์-วทันยา' ชี้ AI เปลี่ยนเกมลงทุนโลก หุ้นไทยยังติดหล่ม Old Economy

ทั้งนี้ หากย้อนไปในช่วง 14 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI มีการเปลี่ยนแปลง โดยยุโรปเข้าสู่แนวโน้มขาลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2015 ขณะที่สหรัฐยังคงเป็นประเทศที่ได้รับ FDI สูงสุดของโลกในปี 2024 ด้วยมูลค่าประมาณ 278,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเติบโตต่อเนื่อง แม้จะชะลอลงบางช่วงหลังโควิด-19

อย่างไรก็ตาม หากมาดูที่ในอาเซียน จะพบว่า เม็ดเงินส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่สิงคโปร์ ขณะที่ไทยได้รับอานิสงส์ค่อนข้างจำกัด ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาวะซบเซา ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงจาก 1,700 จุด เหลือใกล้ 1,100 จุด และมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยกลับไปอยู่ในระดับใกล้เคียงเมื่อ 20 ปีก่อน

"หนึ่งในปัญหาสำคัญคือ ตลาดหุ้นไทยยังติดอยู่ในกับดัก Old Economy โดยหุ้นขนาดใหญ่ที่นำตลาดยังเป็นกลุ่มพลังงานและธนาคารเหมือนในอดีต ขณะที่หุ้นกลุ่ม New Economy ยังมีจำนวนน้อยมาก นอกจาก DELTA ที่สะท้อนภาพเศรษฐกิจใหม่ได้ชัดเจน นอกจากนี้ บริษัทแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทยหลายแห่งยังเลือกไปจดทะเบียนในตลาดต่างประเทศ ทำให้ตลาดหุ้นไทยขาดบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ในระยะยาว"

วทันยา กล่าวต่อไปอีกว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2025 เมื่อเม็ดเงินลงทุนเริ่มไหลกลับเข้าสู่ประเทศพัฒนาแล้วอีกครั้ง โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ใน AI Supply Chain เช่น สหรัฐฯ ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซี่งกระแส AI กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินทุนทั่วโลก โดยเกาหลีใต้มีบริษัทระดับโลกอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ขณะที่ญี่ปุ่นแม้ไม่ใช่ผู้นำด้านชิป AI โดยตรง แต่ทว่ามีความแข็งแกร่งด้านอินดัสเตรียลออโตเมชั่น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบ AI ในอนาคต ส่วนประเทศไทยแทบไม่มีบทบาทในห่วงโซ่คุณค่า AI ทำให้โอกาสในการเติบโตจากเมกะเทรนด์โลกยังค่อนข้างจำกัด

'เดียร์-วทันยา' ชี้ AI เปลี่ยนเกมลงทุนโลก หุ้นไทยยังติดหล่ม Old Economy

อย่างไรก็ตาม ภายใต้บริบทดังกล่าว Liberator จึงเดินหน้าขยายบริการลงทุนต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงตลาดโลกมากขึ้น โดยปัจจุบันเปิดให้ลงทุนในตลาดเกาหลีใต้แล้ว และเตรียมเปิดตลาดจีนและฮ่องกงในวันที่ 1 มิ.ย.2569 และเตรียมขยายเพิ่มเติมในหลายประเทศช่วงไตรมาส 3/2569

ทั้งนี้ ในยุคที่โลกเผชิญความไม่แน่นอนจากการแข่งขันระหว่างจีนและสหรัฐฯ นักลงทุนจำเป็นต้องกระจายพอร์ตและมองหาโอกาสใหม่ในระดับโลก มากกว่าพึ่งพาตลาดหุ้นไทยเพียงแห่งเดียว โดย Liberator ยังเตรียมก้าวสู่ยุค AI Disruption เต็มรูปแบบผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Global Reach, AI Efficiency และ Personalization

โดยบริการใหม่จะเปิดตัวในครึ่งปีหลังของปี 2569 จะครอบคลุมการลงทุนใน 21 ประเทศทั่วโลก ผ่านแอปพลิเคชันเดียว ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงตลาดหุ้นเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

ขณะที่ ด้าน AI Technology จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนผ่านฟีเจอร์สำคัญ เช่น AI Portfolio Advisory ที่ช่วยจัดพอร์ตและรีบาลานซ์การลงทุน รวมถึง AI News Intelligence ที่คัดกรองข่าวเฉพาะหุ้นหรือสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งาน และ AI Trading Alert สำหรับแจ้งเตือนจังหวะลงทุนสำคัญ

ส่วนด้าน Personalization จะมีการออกแบบ UX/UI ใหม่ รองรับทั้งนักลงทุนมือใหม่และมืออาชีพ พร้อมฟังก์ชันปรับแต่งรูปแบบการใช้งานตามความต้องการได้