วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (22 พ.ค. 2569) ปิดบวก 4.45 จุด ราคาน้ำมันย่อตัว ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง

“หุ้นไทย” เช้านี้ (22 พ.ค. 2569) ปิดบวก 4.45 จุด ราคาน้ำมันย่อตัว ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง

"หุ้นไทย" วันนี้ (22 พ.ค. 2569) ปิดตลาดช่วงเช้าที่ 1,537.12 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.45 จุด หรือคิดเป็น 0.29% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังได้สัญญาณบวกจากการเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแกร่ง หนุนบรรยากาศการลงทุน

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (22 พ.ค. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,537.12 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.45 จุด หรือคิดเป็น 0.29% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,541.96 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,533.03 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 32,036.23 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. CCET ราคาปิด 8.15 บาท เพิ่มขึ้น 1.40 บาท หรือ 20.74% มูลค่าซื้อขาย 2,699.71 ล้านบาท
     
  2. TRUE ราคาปิด 14.00 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 0.71% มูลค่าซื้อขาย 2,449.23 ล้านบาท
     
  3. KBANK ราคาปิด 196.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.25% มูลค่าซื้อขาย 1,878.53 ล้านบาท
     
  4. DELTA ราคาปิด 330.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.23% มูลค่าซื้อขาย 1,780.92 ล้านบาท
     
  5. KTB ราคาปิด 34.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.72% มูลค่าซื้อขาย 1,749.91 ล้านบาท

ทีมนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเอสแอล จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยในวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในทางบวก ขานรับการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่มีสัญญาณเชิงบวก แม้จะยังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ

ส่งผลต่อ 'ตลาดหุ้นสหรัฐ' ปิดบวกจากแรงหนุนของ 'ราคาน้ำมัน' ย่อตัวตามความความหวังด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยน้ำมันดิบ WTI ปิดลบ 1.94% ที่ 96.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ Brent ปิดลบ 2.32% ที่ 102.58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ดัชนีดาวน์โจนส์ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.55%, S&P500 0.17% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.09% แม้ว่าหุ้น Nvidia จะปรับตัวลดลง 1.8% จากแรงขายทำกำไรหลังจากรายงานผลประกอบการออกมาดี

'ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ' ออกมาแข็งแกร่ง ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกต่ำกว่าคาดที่ 209,000 ราย ขณะที่ PMI ภาคการผลิตเดือนพ.ค. เร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 55.3 สูงสุดในรอบ 48 เดือน โดย Fed Atlanta ปรับคาดการณ์จีดีพี ไตรมาส 2 ขึ้นสู่ระดับ 4.3% สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐยังขยายตัวดี แต่ภาพรวมตลาดยังไม่มั่นใจว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยได้เร็ว ส่งผลให้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักว่าเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยสูงนานกว่าที่คาดไว้เดิม

ปัจจัยภายในประเทศ มีปัจจัยหนุนจากมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทยพลัส รวมทั้ง พ.ร.ก. กู้เงิน ที่ทำให้มีเม็ดเงินเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีการประเมินว่าหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลายลง อาจส่งผลช่วยหนุนให้ดัชนีหุ้นไทยไปทดสอบจุดสูงก่อนหน้าที่ระดับ 1,545 จุดได้

ในระยะต่อไป คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,515 แนวต้าน 1,540 จุด โดยปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้าที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ การรายงานตัวเลข Core PCE ประจำเดือนเม.ย.ของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นตามราคาพลังงานโลก ตัวเลขการส่งออกของไทยประจำเดือนเม.ย. ซึ่งคาดว่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามภูมิภาค

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้น CRC โดยให้เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ระดับ 21.00 บาท