หุ้นไทยวันนี้ 22 พ.ค.69 บล.พาย ระบุว่า DJIA ปิดบวก 276 จุด (+0.5%) ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับลงจากการที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯส่งสัญญาณเจรจา ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 2.3% หลังมีสัญญาณบ่งชี้ความคืบหน้าเจรจาสันติภาพ คืนนี้รอติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากมิชิแกน Consensus คาดไว้ที่ 48.2 พร้อมกับติดตามการเจรจา ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน
ปัจจัยต่างประเทศ
ราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อเนื่อง 2 วันติดต่อ นักลงทุนคาดหวังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน โดยจะมีปากีสถานเป็นตัวกลางในการเจรจาซึ่งกดดันให้ US Bond Yield ปรับลงติด ต่อกัน 2 วัน ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจเมื่อคืนไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านใหม่และ PMI ออกมาดีกว่าตลาดคาดการณ์
แต่อย่างไรก็ดี ความเห็นดอกเบี้ยของ CME FED Watchยังเชื่อว่า ธ.ค. 26 จะเห็นการขยับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% คล้ายว่านักลงทุนยังไม่ถึงกับ คลายกังวลมากนักกับภาวะเงินเฟ้อ โดยรอติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านหลังจากนี้ ในภาพรวมเริ่มไร้ปัจจัยใหม่หลังทราบผลประกอบการไปหมดแล้ว หากคืบหน้าจะเป็นปัจจัยหนุนหุ้นทั่วโลก
ปัจจัยในประเทศ
ยังไร้ปัจจัยใหม่ๆหลังจากรับรู้ทั้ง GDP , ผลประกอบการไปแล้ว แต่สัปดาห์หน้ารอติดตามตัวเลขส่งออกเดือน เม.ย. ตลาดคาด ไว้ที่ +18.5%YoY เช้านี้ราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อเนื่องพร้อมกับ ตลาดหุ้น KOSPI +0.6% มองเป็นจิตวิทยาเชิงบวกกับตลาดหุ้นไทยในวันนี้โดยเฉพาะกลุ่ม TECH (DELTA HANA)
วันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1520 – 1540 เชิงกลยุทธ์การลงทุนเน้นเกาะไปกับ Theme Yield ลดลงเช่นกลุ่มการเงิน (MTC TIDLOR SAWAD) อสังหาฯ (AP SPALI) ค้าปลีก (CPALL CRC) กลุ่มได้ประโยชน์น้ำมันปรับลงอย่างสายการบิน BA THAI โรงไฟฟ้า BGRIM GPSC GULF แต่อย่างไรก็ตามอาจลงทุนด้วยปริมาณเงินไม่มากจาก Valuation SET ที่เริ่มสูง
TOP PICK :
MTC : ราคาเป้าหมาย 39 บาท
คาดกำไรสุทธิในปี 2026 จะขยายตัวในอัตราชะลอตัวลงเหลือ 13.5% YoY หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวล้อกับสินเชื่อขยายตัว
BA : ราคาเป้าหมาย 18.4 บาท
การจองตั๋วล่วงหน้าจนถึงเดือน ก.ย. ยังเติบโตได้ 1%YoY โดยเส้นทางเข้าออกสมุยยังมีการเติบโตได้ในระดับ 1-8% ระหว่างเดือน มิ.ย.-ก.ย.
ratio ลดลงเหลือ 1.47%

