วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2569

Login
Login

คดีหุ้น MORE ยังไม่จบ! ‘สมนึก’ ร้อง ป.ป.ช. ขอสอบเพิ่ม อัยการนัดรายงานตัว 22 มิ.ย.นี้

คดีหุ้น MORE ยังไม่จบ! ‘สมนึก’ ร้อง ป.ป.ช. ขอสอบเพิ่ม อัยการนัดรายงานตัว 22 มิ.ย.นี้

มหากาพย์คดีปั่นหุ้น MORE ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดทุนไทย ยังคงต้องติดตามต่อ หลังผู้ต้องหารายสำคัญหลายรายถูกอัยการสั่งฟ้อง และศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ขณะที่ “นายสมนึก กยาวัฒนกิจ” ประธานกรรมการบริษัทในเครือตงฮั้ว ยังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวนเพิ่มเติม และถูกจับตาในฐานะผู้ต้องหารายสำคัญที่คดียังไม่สิ้นสุด
 

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า นายสมนึกได้เดินทางเข้ามารายงานตัวต่อพนักงานอัยการตามนัด หลังจากก่อนหน้านี้ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมในข้อเท็จจริงบางประเด็น
 

ภายหลังการร้องเรียนดังกล่าว สำนักงานอัยการได้มีหนังสือแจ้งไปยังพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมตามคำร้อง และนำข้อมูลกลับมาประกอบการพิจารณาสำนวนคดีอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ยังรอผลการสอบสวนเพิ่มเติม นายสมนึกมีหน้าที่ต้องเดินทางมารายงานตัวต่ออัยการอย่างต่อเนื่อง โดยพนักงานอัยการได้นัดหมายให้มารายงานตัวครั้งถัดไปในวันที่ 22 มิถุนายน 2569

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนได้ว่า การสอบสวนเพิ่มเติมจะแล้วเสร็จเมื่อใด เนื่องจากต้องรอผลสอบสวนจากพนักงานสอบสวนส่งกลับมายังอัยการ เพื่อดำเนินการพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

สำหรับ นายสมนึก กยาวัฒนกิจ หรือ “เสี่ยสมนึก” ถือเป็นนักธุรกิจ และนักลงทุนรายใหญ่ที่เป็นที่รู้จักในตลาดทุน โดยที่ผ่านมาอัยการได้นัดหมายให้มารายงานตัวเพื่อเตรียมส่งฟ้องศาลหลายครั้ง แต่มีการเลื่อนนัดมาแล้วมากกว่า 10 ครั้ง ท่ามกลางกระแสจับตาว่า การดำเนินการขอสอบสวนเพิ่มเติมอาจส่งผลให้กระบวนการคดีล่าช้าออกไปอีกระยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ศาลอาญา ได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GSC และนายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ หรือ “เฮียม้อ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE หลังอัยการยื่นฟ้องในคดีเดียวกัน โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีมีพฤติการณ์ร้ายแรง กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นในตลาดทุน อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยอาจหลบหนี จึงยกคำร้องขอประกันตัว

สำหรับคดีหุ้น MORE ถือเป็นหนึ่งในคดีทุจริตในตลาดทุนไทยที่สร้างความเสียหายรุนแรง และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างมากที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย จากพฤติการณ์สร้างธุรกรรมซื้อขายหลักทรัพย์เทียม และการปั่นราคาหุ้นผ่านระบบการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ จนทำให้ราคาหุ้น และปริมาณการซื้อขายผิดเพี้ยนไปจากสภาพปกติของตลาด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทหลักทรัพย์ นักลงทุน รวมถึงความเชื่อมั่นของระบบตลาดทุนไทย

คดีดังกล่าวมีลักษณะสำคัญในการร่วมกันสร้างภาพการซื้อขายหุ้นให้มีมูลค่า และปริมาณสูงผิดปกติ เพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้แก่ผู้ลงทุน และตลาด โดยมีการกล่าว หาว่าเป็นการกระทำร่วมกันอย่างเป็นระบบ และมีการวางแผนล่วงหน้า ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 244/3 และมาตรา 244/5 รวมถึงข้อหาร้ายแรงอื่น ทั้งร่วมกันฉ้อโกงประชาชน อั้งยี่ และซ่องโจร

ทั้งนี้ คดีหุ้น MORE มีผู้ถูกกล่าวหารวมทั้งสิ้น 42 ราย ครอบคลุมทั้งบุคคลธรรมดา ผู้บริหารบริษัท นักลงทุนรายใหญ่ รวมถึงนิติบุคคลหลายแห่ง โดยถือเป็นหนึ่งในคดีปั่นหุ้นที่มีจำนวนผู้ถูกดำเนินคดีมากที่สุด และมีโครงสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงซับซ้อนเกี่ยวข้องกับบุคคลในแวดวงธุรกิจ และตลาดทุนจำนวนมาก ซึ่งอัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องในหลายสำนวนสำคัญ

สำหรับ จุดเปลี่ยนสำคัญของคดีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นวันที่มีการส่งคำสั่งซื้อหุ้นแบบ ATO (At The Open) ในหุ้น MORE มูลค่ารวมกว่า 4,500 ล้านบาท ในช่วงก่อนเปิดการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ แต่ภายหลังผู้สั่งซื้อหลักกลับไม่สามารถชำระค่าซื้อหลักทรัพย์ได้ ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์ในฐานะนายหน้าซื้อขายต้องรับภาระความเสียหายแทนตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์