"หุ้นไทย" วันนี้ (21 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,533.86 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.43 จุด หรือ 0.36% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจาก ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง หลังสหรัฐเปิดเผยว่าการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (21 พ.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,533.86 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.43 จุด หรือ 0.36% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,541.96 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,530.93 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 29,282.52 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- DELTA ราคาปิด 327.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.24% มูลค่าซื้อขาย 2,560.49 ล้านบาท
- HANA ราคาปิด 34.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 1.45% มูลค่าซื้อขาย 1,551.97 ล้านบาท
- TIDLOR ราคาปิด 17.80 บาท เพิ่มขึ้น 1.70 บาท หรือ 10.56% มูลค่าซื้อขาย 1,472.49 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 364.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.09% มูลค่าซื้อขาย 1,297.07 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 197.00 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 0.76% มูลค่าซื้อขาย 1,291.25 ล้านบาท
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลงแรง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเปิดเผยวานนี้ว่า การเจรจากับทางอิหร่านกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย
ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ที่ออกมามีปริมาณปรับลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างสำคัญ และราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงนี้ ส่งผลให้บอนด์ยีดส์ (Bond yield) ทั่วโลกโดยเฉพาะของสหรัฐฯ มีการปรับตัวลงชัดเจน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัว บรรยากาศการลงทุนกลับมาผ่อนคลายอีกครั้ง
ขณะที่รายงานจากผลการประชุม Fed รอบล่าสุด (FOMC Minutes) ที่ถูกเผยแพร่ออกมาเมื่อคืนนี้ แสดงให้เห็นทัศนคติรวมส่วนใหญ่ของ Fed เตือนว่าธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ มีมุมมองเป็นกลางต่อรายงานดังกล่าวเนื่องจากเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นก่อนแต่ในที่ประชุม Fed รอบที่ผ่านมาแล้ว โดยยังคงเชื่อว่า Fed จะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับปัจจุบันที่ 3.50-3.75% ไปจนถึงสิ้นปี
ในระยะต่อไป คาดดัชนีมีแนวรับ 1,510 จุด แนวต้าน 1,541 จุด โดยการปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทยอาจจะไม่รุนแรงเท่ากับตลาดหุ้นในฝั่งเอเชียเหนือที่มีน้ำหนักของหุ้นเทคโนโลยีค่อนข้างมาก โดยหุ้นในกลุ่ม Non-Oil & Gas มีโอกาสที่จะฟื้นตัว
ปัจจัยที่ต้องจับตาได้แก่ประเด็นความเสี่ยง Trading alert ของหุ้น DELTA หากราคาหุ้นทะยานขึ้นไปแถวบริเวณ 340-350 บาท และปัจจัยเสี่ยงของ PTT จากมาตรการรัฐและราคาน้ำมัน
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ BTG เนื่องจากคาดรายได้ต้นปี 2569 เติบโต ต่อมาคือ CK คาดไตรมาส 2-3 เป็นไตรมาสที่โดดเด่น อีกฝั่งหนึ่งมอง SPVI จาก MacBook Neo และ iPhone 17e หนุนยอดขายไตรมาส 2

