นายดุษฎี มีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมสเทค ลิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTEC เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งหน้าตามกลยุทธ์ “Jump+” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มุ่งยกระดับองค์กรสู่ระบบบริหารจัดการที่เน้น “วินัยแห่งการเติบโต” พร้อมตั้งเป้าหมาย 3 ปี (ปี2569-2571) ดันกำไรสุทธิสู่ 158 ล้านบาท และรายได้ 2,270 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์การเติบโตอย่างเป็นระบบและการรุกธุรกิจพลังงานสะอาด
สำหรับการยกระดับศักยภาพธุรกิจหลักมุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจเดิม ทั้งกลุ่มระบบปรับอากาศ (HVAC) สุขาภิบาล และระบบป้องกันอัคคีภัย โดยเปลี่ยนจากการขายสินค้าตามราคา มาเป็นการนำเสนอ “Solution” ที่ลดความเสี่ยงให้ลูกค้าและเพิ่มมูลค่าบริการ
และสร้างโอกาสการเติบโตใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็น New S-curve ของบริษัท พร้อมทั้งขยายการลงทุนสู่ธุรกิจใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความยั่งยืนในระยะยาว และกระจายความเสี่ยง ลดความผันผวนของธุรกิจ โดยผ่านการศึกษาความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการ (M&A) ในกลุ่มธุรกิจที่มี Synergy ร่วมกัน เพื่อขยายฐานรายได้ให้มั่นคงยิ่งขึ้น
โดยวางเป้าหมายคาดรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่องปี 2569 รายได้ 1,338 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 93 ล้านบาท , ปี 2570 รายได้ 1,800 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 126 ล้านบาท, ปี 2571 รายได้ 2,270 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 158 ล้านบาท ซึ่งตั้งเป้าจะรักษาอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ไว้ที่ 7% ในทุกปี เพื่อสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและการส่งมอบบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
หลังจากผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 1/2569 มีรายได้เติบโตขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันปีก่อนปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ 468 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถรับรู้เป็นรายได้ในไตรมาส 2/2569 ราว 40-50% มีระยะเวลาเฉลี่ยในการแปลง Backlog เป็นรายได้อยู่ที่ประมาณ 3-4 เดือน
อีกทั้งรุกเดินหน้าตลาด Data Center และกลุ่มพลังงาน เรามองเห็นโอกาสการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่ม Data Center โดยอาศัยจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม HVAC และระบบดับเพลิง นอกจากนี้ สินค้ากลุ่ม Energy Efficiency ยังสามารถช่วยลูกค้าประหยัดพลังงานได้มากกว่า 5% ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของ Data Center ที่เน้นการประหยัดพลังงานเป็นหลัก
ดังนั้น บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้รวมในปี 2569 ไว้ที่ 1,338 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับในอดีตที่เคยมี Backlog เพียง 312 ล้านบาทแต่สามารถปิดยอดขายได้ถึง 859 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่าเป้าหมายในปีนี้มีความเป็นไปได้สูง
“ในไตรมาส 2 นี้ เราคาดจะใกล้เคียงกับไตรมาส 1 และจะเติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยปกติแล้วไตรมาส 3 จะเป็นช่วงที่ผลประกอบการโดดเด่นที่สุดของปีเนื่องจากลูกค้าเร่งปิดโครงการและส่งมอบงานให้ทันสิ้นปี”
พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้น และบริหารจัดการความเสี่ยง ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้น ในไตรมาส 1/2569 ทำได้สูงถึง 29.35% โดยมีกลยุทธ์รักษาความสามารถในการทำกำไรผ่านการบริหารราคาขายให้สะท้อนต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเพื่อรับมือกับความผันผวนของค่าเงินบาท
ขณะที่ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.18 เท่า เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับยอดขายที่เติบโต ซึ่งมีแผนบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างรัดกุม ทั้งเร่งเก็บหนี้และบริหารสินค้าคงคลังเพื่อลดภาระดอกเบี้ย
สำหรับแผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทเตรียมงบประมาณสำหรับการขยายสาขาประมาณ 30 ล้านบาท หรือเฉลี่ยสาขาละ 10 ล้านบาท และลงทุนในผลิตภัณฑ์กลุ่มพลังงานและ Synergy Product อีกประมาณ 5-10 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนบริษัทไปสู่การเป็น Energy Solution Provider อย่างเต็มรูปแบบตามกลยุทธ์ “Jump+” เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและสร้างมูลค่า

