วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘หุ้นชิป AI’ ปลุกดัชนีเกาหลีใต้แรงไม่หยุด โบรกแนะทยอยสะสมช่วงพักฐาน 

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 28 ปี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกระแส AI และหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Samsung Electronics และ SK Hynix ที่กำไรเติบโตแข็งแกร่งจากความต้องการชิป AI ทั่วโลก นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ "Buy on Dip" หรือทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำในช่วงที่ตลาดย่อตัวจากปัจจัยลบระยะสั้น เนื่องจากกำไรของบริษัทกลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 28 ปี โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกระแส AI และหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น Samsung Electronics และ SK Hynix ที่กำไรเติบโตแข็งแกร่งจากความต้องการชิป AI ทั่วโลก
  • นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ "Buy on Dip" หรือทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำในช่วงที่ตลาดย่อตัวจากปัจจัยลบระยะสั้น เนื่องจากกำไรของบริษัทกลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
  • การปรับขึ้นของตลาดมีปัจจัยพื้นฐานรองรับชัดเจน โดยราคาหน่วยความจำปรับขึ้นกว่า 300% และกำไรบริษัทผู้ผลิตเติบโต 200-300% จากความต้องการของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
  • แม้ราคาหุ้นจะปรับขึ้นแรง แต่มูลค่า (P/E) ยังน่าสนใจที่ราว 6-7 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว
  • สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นในพอร์ต ไม่ควรไล่ราคาในช่วงนี้ แต่ควรรอจังหวะที่ดัชนีอ่อนตัวลงและเริ่มทรงตัวก่อนค่อยทยอยเข้าสะสม
  • นักวิเคราะห์ยังแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังอุตสาหกรรมชิปในประเทศผู้นำอื่นๆ เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากเมกะเทรนด์ AI

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” (KOSPI) กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ “ร้อนแรง” ที่สุดของโลก ณ เวลานี้ หลังพุ่งทำ “สถิติสูงสุดใหม่” ในรอบ 28 ปี อานิสงส์กระแส AI และหุ้นกลุ่มชิป โดยเฉพาะ Samsung Electronics, SK Hynix และ TSMC ที่กำไรเติบโตแข็งแกร่ง จากความต้องการชิป AI ทั่วโลก ขณะที่นักวิเคราะห์แนะใช้จังหวะตลาดย่อตัวทยอยสะสมหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำภายใต้กลยุทธ์ Buy on Dip เนื่องจากกำไรบริษัทในกลุ่มดังกล่าวยังมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง

‘หุ้นชิป AI’ ปลุกดัชนีเกาหลีใต้แรงไม่หยุด โบรกแนะทยอยสะสมช่วงพักฐาน 

กรรณ์ หทัยศรัทธา”, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัยลูกค้ารายย่อยและนักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การที่อุตสาหกรรม AI ทั่วโลกยังผลิตสินค้าและชิ้นส่วนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งถือว่ากำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ผลักดันผลกำไรและราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

โดยความต้องการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะในด้านการทำงาน การสื่อสาร หรือการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตชิปและชิ้นส่วนสำคัญของโลกได้รับอานิสงส์โดยตรง โดยเฉพาะหุ้น SK Hynix, Samsung Electronics และ TSMC ซึ่งสะท้อนผ่านผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ที่เติบโตแข็งแกร่งทั้งในสหรัฐ เกาหลีใต้ และไต้หวัน

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศ ทั้งพฤติกรรมของนักลงทุนรายย่อยหรือพลังมดที่ยังเชื่อมั่นและนิยมลงทุนในหุ้นท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากนักลงทุนไทยรุ่นใหม่ที่หันไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น

ขณะเดียวกัน กฎระเบียบตลาดทุนเกาหลีใต้ยังเอื้อต่อการเติบโตของหุ้นขนาดใหญ่ โดยแม้หุ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ SK Hynix จะมีมาร์เก็ตแคปรวมกันกว่า 30-40% ของตลาด แต่หน่วยงานกำกับดูแลไม่ได้ใช้มาตรการเข้มงวดในการสกัดความร้อนแรงของหุ้นเหมือนบางตลาด ทำให้ราคาหุ้นสามารถปรับตัวขึ้นได้เต็มศักยภาพ

สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะตลาดย่อตัวจากปัจจัยลบระยะสั้น เช่น เงินเฟ้อ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ หรือความกังวลเศรษฐกิจ เข้าสะสมหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐ เกาหลีใต้ และไต้หวัน ภายใต้กลยุทธ์ Buy on Dip เนื่องจากกำไรบริษัทในกลุ่มดังกล่าวยังมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง

วิศกรณ์ คีรีวรรณ”, CFA นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโส บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความคาดหวังเพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix ที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากความต้องการใช้ AI ทั่วโลก

ทั้งนี้ โครงสร้างลูกค้าของบริษัทผู้ผลิตชิปได้เปลี่ยนจากตลาดผู้บริโภครายย่อยไปสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น NVIDIA, Intel และ Nintendo ส่งผลให้ความต้องการใช้ชิปประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ราคาหน่วยความจำยังปรับตัวขึ้นกว่า 300% จากปีก่อน สอดคล้องกับกำไรบริษัทที่เติบโตระดับ 200-300%

แม้ราคาหุ้นเทคโนโลยีเกาหลีใต้จะปรับขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา แต่มองระดับมูลค่ายังน่าสนใจ โดยค่า P/E หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังอยู่เพียงราว 6-7 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของกำไรในระยะยาว ซึ่งประเมินดัชนีไว้ที่ 7,500-7,600 จุด และกรณีดีที่สุดมีโอกาสแตะระดับ 9,000 จุด

สำหรับ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนที่ยังไม่มีหุ้นไม่ควรไล่ราคาในช่วงนี้ เนื่องจากตลาดอยู่ในช่วงพักฐานหลังรับรู้ข่าวดีไปพอสมควรแล้ว โดยควรรอจังหวะที่ดัชนีอ่อนตัวลงมาใกล้หรือต่ำกว่า 7,000 จุด และรอให้ตลาดเริ่มทรงตัวก่อนค่อยทยอยสะสม ส่วนผู้ที่ถือหุ้นอยู่แล้ว มองเป็นช่วงที่ควรพิจารณาทยอยทำกำไรมากกว่าการเพิ่มน้ำหนักลงทุน

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์” ประธานเจ้าหน้าที่ผลิตภัณฑ์ หัวหน้าฝ่ายบริหารการลงทุน บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า การเติบโตของอุตสาหกรรม AI ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตชิปและธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นตามพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ขณะที่หุ้นเกาหลีใต้เองก็มีบทบาทในเวทีโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคปแซงหน้าแคนาดาขึ้นมาอยู่อันดับ 7 ของโลก แม้ตลาดจะกระจุกตัวอยู่ในหุ้นเทคโนโลยีเพียงไม่กี่บริษัท แต่บริษัทเหล่านี้ล้วนเป็นบริษัทระดับโลกที่มีฐานลูกค้าทั่วโลกและมีความแข็งแกร่งด้านรายได้

แม้ความยั่งยืนของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ระยะยาวยังขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจว่าจะสามารถเติบโตตามหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้หรือไม่ เนื่องจากปัจจุบันยังเห็นความแตกต่างค่อนข้างชัดเจนระหว่างการเติบโตของหุ้นกลุ่มชิปกับภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม แนะนำนักลงทุนไทยไม่ควรโฟกัสเฉพาะการลงทุนในประเทศเกาหลีใต้เพียงอย่างเดียว แต่ควรให้น้ำหนักกับกลุ่มอุตสาหกรรมชิปเป็นหลัก โดยอาจจัดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ประมาณ 10-20% ของพอร์ต เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ควรกระจายการลงทุนไปยังประเทศผู้นำด้านเซมิคอนดักเตอร์อื่นๆ เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน เพื่อลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยปัจจุบันนักลงทุนสามารถเข้าถึงหุ้นกลุ่มชิปทั่วโลกได้ง่ายขึ้นผ่านกองทุนรวมหรือเครื่องมือการลงทุนที่หลากหลาย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากเมกะเทรนด์ AI ในระยะยาว