"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (19 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,516.69 จุด ปรับตัวลดลง 1.05 จุด หรือ 0.07% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,524.01 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,509.26 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 51,257.51 ล้านบาท
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลิป กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยคาดรับแรงกดดัน มาจาก 1) ความกังวลในทิศทางราคาน้ำมันหลังท่าทีของทรัมป์ที่มีการยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน ไม่ได้ช่วยให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลงมากนัก ล่าสุดยืนใกล้ระดับ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งยังสูงกว่าช่วงก่อนสงครามที่ราว 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
2) ความกังวลในภาพเศรษฐกิจ หลัง กกร.ออกมาย้ำ เศรษฐกิจไทยปีนี้อาจขยายตัวได้เพียง 1.2-1.6% ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 1.6-2.0% พร้อมคาดการณ์กรอบเงินเฟ้อที่ระดับ 2-3% จากผลกระทบราคาน้ำมันที่เร่งตัวรับภาพสงครามตะวันออกกลาง
แต่ยังมีแรงหนุนมาจาก 1) ครม.เห็นชอบมาตรการไทยช่วยไทยพลัส โดยให้รายละเอียดว่า มีผู้เข้าร่วม 43 ล้านคน ซึ่งแบ่งเป็น
1.1) กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน : โอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการเดือนละ 1000 บาท ทั้งหมด 4 เดือน
1.2) ประชาชนทั่วไป 30 ล้านคน : กลุ่มโครงการคนละครึ่ง (60: 40) ซึ่งยอดเงินรวมที่ 4000 บาท เดือนละ 1000 บาท มองเป็นบวกต่อหุ้นค้าปลีก และ Domestic Stock
2) BOI เผยได้อนุมัติ 3 โครงการใหญ่ ได้แก่ “คอมเปค-มัลติฟายน์ไลน์-โกลด์ เซอร์คิท” ผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board: PCB) อันดับต้นของโลก จากจีน และไต้หวัน ขยายลงทุนต่อเนื่องเฟส 2 อีกกว่า 22,000 ล้านบาท ทำให้หุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเช้านี้ปรับตัวขึ้นได้คึกคัก

