"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (18 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,517.74 จุด ปรับตัวลดลง 0.21 จุด หรือ 0.01% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,523.19 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,510.42 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 56,223.58 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- KBANK ราคาปิด 198.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.02% มูลค่าซื้อขาย 3,523.31 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 317.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.63% มูลค่าซื้อขาย 3,178.88 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 135.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.50% มูลค่าซื้อขาย 2,911.54 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 36.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขาย 2,577.79 ล้านบาท
- TRUE ราคาปิด 14.50 บาท ลดลง 0.20 บาท หรือ 1.36% มูลค่าซื้อขาย 2,504.27 ล้านบาท
นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในวันนี้แกว่งตัวไซด์เวย์จากปัจจัยเรื่องของบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 1 ปี ตามราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องเกินกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เข้าผลักดันตัวเลขเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันมีทิศทางปรับตัวลงและไม่ได้คงอยู่ในระดับสูงยาวนานอาจเป็นอัปไซด์ต่อตลาดหุ้นไทยได้
ปัจจัยภายในประเทศ ได้แรงส่งจากตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1 ออกมาดีกว่าคาด สร้างผลคูณทางเศรษฐกิจ เป็นบวกต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน
ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,507-1,500 จุด แนวต้าน 1,527-1,535 จุด โดยปัจจัยที่ต้องจับตามองได้แก่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมัน และท่าทีครม.หลังศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยปมพรก.กู้เงิน 400,000 ล้าน
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนเน้นหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์และพลังงานอย่าง KBANK และ PTTGC

