SAWAD รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ 1,457 ล้านบาท เติบโตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน มีปัจจัยหลักจากรายได้ดอกเบี้ยของธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนและธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เพิ่มขึ้น บริษัทยังเน้นกลยุทธ์ “Selective Growth” เดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบคอบและรัดกุมต่อเนื่อง
บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ 1,457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.03% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 4,901 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและรายได้จากการขายประกันภัย สะท้อนการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญในไตรมาสนี้ มาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งอยู่ที่ 4,205ล้านบาท สะท้อนการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียนภายใต้กรอบการเติบโตเน้นคุณภาพ ขณะเดียวกันรายได้จากการขายประกันอยู่ที่ 356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการต่อยอดฐานลูกค้าสินเชื่อผ่านเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ
นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทมุ่งเดินหน้ากลยุทธ์ “Selective Growth” หรือการเติบโตอย่างเลือกสรร พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียน ซึ่งในไตรมาส 1 เติบโต 8.19% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 73.03% ของพอร์ตสินเชื่อรวม
โดยในช่วงที่เหลือของปี บริษัทจะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกประเภทหลักประกัน กลุ่มอาชีพของลูกค้า และพื้นที่ให้บริการที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม พร้อมลุยขยายธุรกิจนายหน้าประกันภัย ด้วยการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้กับฐานลูกค้าสินเชื่อปัจจุบันผ่านเครือข่ายสาขาทั่วประเทศเพื่อรองรับตลาดที่กำลังเติบเติบโต เช่น ประกันภัยรถยนต์ EV และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ
ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่งของช่องทางดิจิทัลในโครงการ e-KYC, Mobile Lending Platform และระบบ Loan Management System เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในระยะยาว ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2569
SAWAD มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทาง Responsible Lending ที่ให้ความสำคัญกับการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่างบริษัท ลูกค้า และสังคมในระยะยาว
“บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โดยไม่เพียงเพื่อการสร้างผลกำไรเท่านั้น แต่ยังต้องการมีส่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า และสนับสนุนโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินในสังคมไทยอย่างยั่งยืน” นางสาวธิดากล่าวทิ้งท้าย

