วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'CPALL' ปรับแผนรับมือ 'ต้นทุนน้ำมัน-ค่าเอฟที' ขยับ เล็งปิดสาขา 'กัมพูชา' ต่อเนื่อง

'CPALL' ปรับแผนรับมือ 'ต้นทุนน้ำมัน-ค่าเอฟที' ขยับ เล็งปิดสาขา 'กัมพูชา' ต่อเนื่อง

“ซีพี ออลล์” กางแผนรับมือปัญหาราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทั้ง “น้ำมัน”และ “ค่าไฟฟ้า” เดินหน้าขยายสาขาเพิ่ม 700 แห่ง พร้อมวางงบลงทุน 1.2-1.3 หมื่นล้าน เล็งปิดสาขาในกัมพูชาต่อเนื่อง ตั้งเป้า “ยอดขาย” ทั้งปีโตใกล้เคียงจีดีพีไทย 

นางสาวปัณฑารีย์ นันทนาคม ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เปิดเผยว่า ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยความขัดแย้งตะวันออกกลาง เป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดของ CPALLในปี 2569 โดยนับตั้งแต่เดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานชัดเจน ยังไม่นับรวมความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าไฟฟ้า (Ft) ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจตั้งแต่เดือนมิ.ย. จนถึงครึ่งปีหลัง 

ดังนั้น กลยุทธ์จึงมุ่งเน้นไปที่การควบคุมปริมาณการใช้งานให้น้อยลง เช่น การปิดไฟป้ายแถบสีด้านข้าง “เซเว่น อีเลฟเว่น” เวลากลางคืนและเหลือไว้เพียงโลโก้ หรือเปิดไฟสลับแถวภายในร้านเพื่อลดการใช้ไฟ ซึ่งเป็นแผนที่ได้เริ่มดำเนินการแล้ว

ขณะที่การขนส่งและกระจายสินค้าได้ปรับเส้นทางการเดินรถใหม่ รวมถึงเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่แทนรถขนาดกลางในบางเส้นทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการส่งสินค้าต่อเที่ยวให้มากขึ้น ช่วยลดปริมาณการใช้น้ำมันและควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อให้สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิ ไว้ได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอ

นอกจากนี้ ผลกระทบของความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้บริษัทจำเป็นต้องระงับแผนการเปิดสาขาใหม่ในประเทศกัมพูชาไว้ก่อน และมองว่าทิศทางต่อจากนี้น่าจะเป็นภาพของการทยอยปิดสาขาที่มีอยู่ลงอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา บริษัทได้มีการปิดสาขาในกัมพูชาไปแล้วกว่า 49 แห่ง คงเหลือเพียง 63 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ยืนยันการปิดสาขาในกัมพูชาจะไม่ส่งผลกระทบต่องบการเงินรวมของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากจำนวนสาขาในกัมพูชามีสัดส่วนน้อยกว่า 1% ซึ่งเทียบกับจำนวนสาขาในประเทศไทยที่มีมากกว่า 16,000 สาขา ทำให้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจในกัมพูชามีค่อนข้างน้อย อีกทั้งบริษัทยังคงเดินหน้าขยายสาขาในประเทศ สปป. ลาว ต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่แล้ว 30 สาขา

'CPALL' ปรับแผนรับมือ 'ต้นทุนน้ำมัน-ค่าเอฟที' ขยับ เล็งปิดสาขา 'กัมพูชา' ต่อเนื่อง

สำหรับ กลยุทธ์การเติบโตปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ให้เติบโตสอดคล้องกับผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 1.5% ผ่านสองช่องทางหลักคือการเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อบิล และการเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เข้าร้าน และนำเสนอสินค้าใหม่ที่สอดคล้องกับความต้องการ โดยคาดกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยผลักดันมาร์จินให้เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย 0.1-0.2% ในปี 2569

ในอีกด้านหนึ่ง มีแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้น 700 สาขา โดยเน้นรูปแบบร้าน “สแตนด์อโลนขนาดใหญ่” ที่มีที่จอดรถ เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่ขับรถมาซื้อสินค้า โดยร้านขนาดใหญ่จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินค้า และช่วยให้การบริหารจัดการระบบทำได้ง่ายขึ้น

สำหรับงบลงทุนในปีนี้วางแผนไว้ที่ราว 12,000-13,600 ล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน โดยครึ่งหนึ่งจะใช้สำหรับการขยายสาขาใหม่ และปรับปรุงร้านเดิม ส่วนอีกครึ่งจะใช้สำหรับการสร้างศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ เพื่อรองรับจำนวนสาขาที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงใช้สำหรับการลงทุนในระบบไอที เพื่อควบคุมและบริหารจัดการร้านสาขาต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น