วันเสาร์ ที่ 16 พฤษภาคม 2569

Login
Login

โบรกคาด ‘แลนด์บริดจ์’ หนุน ‘รับเหมา’ อานิสงส์เงินสะพัด เติมแบ็กล็อกพุ่งทำนิวไฮ 

โบรกคาด ‘แลนด์บริดจ์’ หนุน ‘รับเหมา’ อานิสงส์เงินสะพัด เติมแบ็กล็อกพุ่งทำนิวไฮ 

โบรกคาด “กลุ่มรับเหมา” ได้ประโยชน์จากการเร่งลงทุนงานก่อสร้างภาครัฐ นำโดย“แลนด์บริดจ์”โครงการเรือธงของรัฐบาลที่อยู่ระหว่างการศึกษา หากเป็นจริงคาดหนุนโครงการก่อสร้างใหม่มูลค่า 1 ล้านล้านบาท เพิ่มแบ็กล็อก CK, STECON ทำนิวไฮ หนุนรายได้ระยะยาว-ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง

“โครงการแลนด์บริดจ์” ถือเป็นโครงการ “เรือธง” ของรัฐบาล ที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม หากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง คาดหนุนโครงการก่อสร้างใหม่ มูลค่า “ล้านล้านบาท” และหนึ่งในอุตสาหกรรมได้รับปัจจัยบวกไม่พ้น “กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง” ที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนในการก่อสร้างภาครัฐ  

“ภูวดล ภูสอดเงิน” ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง เปิดเผยว่า “แลนด์บริดจ์” หรือโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งอ่าวไทยกับอันดามัน ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า “1 ล้านล้านบาท” ถือเป็นโครงการมีขนาดใหญ่ หากรัฐบาลสามารถทำได้จริงคาดว่าจะต้องแบ่งก่อสร้างเป็นหลายระยะ ส่งผลให้เกิดโครงการก่อสร้างใหม่ปีละ “2 แสนล้านบาท” หนุนกลุ่มรับเหมาได้ประโยชน์

โดยประเมินว่า “โครงการแลนด์บริดจ์” ของภาครัฐ จะเข้ามาเพิ่ม “มูลค่างานในมือ” หรือ “แบ็กล็อก” ในอนาคตให้กับบริษัทรับเหมารายใหญ่ 2 รายคือ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ได้อีกราว 20-30% ต่อราย ถือเป็นการสร้างแหล่งรายได้ที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจในอนาคต 

อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีโครงการแลนด์บริดจ์ โครงการก่อสร้างภาครัฐที่มีอยู่ก็ถือว่าเพียงพอต่อการเติบโต จากระยะสั้น 1-2 ปีนี้ มีโครงการทั้งภาครัฐและเอกชนอีกราว 230,000-480,000 ล้านบาท ที่ยังรอการเข้าประมูล

โดยโครงการสำคัญที่คาดว่า CK จะได้รับ ได้แก่ มอเตอร์เวย์ M9, ทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 และสนามบินอีกอย่างน้อย 1 แห่ง ส่วน STECON คาดจะได้งานมอเตอร์เวย์ M5 โรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด และดาต้าเซนเตอร์

ทั้งหมดนี้ทำให้คาดว่าแบ็กล็อกรวมของทั้งสองบริษัทในปี 2569 อาจเพิ่มขึ้นแตะระดับ “สูงสุดเป็นประวัติการณ์” โดย CK เพิ่มขึ้น 34% และ STECON เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีงานรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนก่อนหน้านี้เป็นฐานหลัก แม้จะยังไม่รวมแลนด์บริดจ์ และโครงการดาต้าเซนเตอร์ที่เพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งอาจช่วยหนุนแบ็กล็อก STECON ได้อีกกว่า 5-10% ทำให้กำไรของกลุ่มมีความแน่นอนในระยะข้างหน้า

“โดม คุณประยูรสวัสดิ์” ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บล.พาย กล่าวว่า หากโครงการแลนด์บริดจ์รวมถึงโครงการภาครัฐต่าง ๆ เช่น รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง มอเตอร์เวย์ และสนามบินหลายแห่ง มีการเปิดประมูลจริงตามที่ได้มีการวางแผนไว้ จะช่วยหนุนแบ็กล็อกของ “กลุ่มรับเหมา” เพิ่มขึ้น เป็นแรงหนุนต่อรายได้อย่างแน่นอนในระยะยาว

“โครงการแลนด์บริดจ์ปัจจุบันก็ยังไม่แน่ว่าจะมีออกมาหรือไม่ แต่ถ้าเปิดประมูลจริง ๆ ก็มองว่ากลุ่มรับเหมาย่อมได้ประโยชน์ อย่างแน่นอน เนื่องจากต้องมีโครงการก่อสร้างอีกหลายโครงการเข้ามา เช่น การสร้างท่าเรือ หรือนิคมฯ ดังนั้น สมมุติว่างบลงทุนปีนี้ออกมา 100,000 ล้านบาท CK กับ STECON ก็จะแบ่งกันไปคนละ 30,000 ล้านแบบนี้เป็นต้น”

อย่างไรก็ตาม คาดผลประโยชน์ที่กลุ่มรับเหมาจะได้รับจากการเร่งลงทุนในโครงการก่อสร้างของภาครัฐหากเป็นภายในปี 2569 อาจยังสะท้อนในรายได้น้อยกว่า 10% ทำให้กำไรทั้งปีของ CK และ STECON ในปี 2569 คาดทรงตัวหรือไม่ได้เติบโตมากนักจากปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีส่วนสำคัญที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนคือแบ็กล็อกที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

“นนทพัฒน์ สหกิจภิญโญ” นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า มอง “เชิงบวก” ต่อการลงทุนภาครัฐที่คาดว่าจะเข้ามาต่อเนื่อง3ปีข้างหน้า ที่ราว 1,100,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในปีนี้ 400,000 ล้านบาท ผ่านโครงการสำคัญอย่างมอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง และทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 ซึ่งคาดว่า CK จะได้ประโยชน์จากการถือหุ้นบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM 

ดังนั้น คาดโครงการเหล่านี้เข้ามาเพิ่มแบ็กล็อก CK กว่า 100,000 ล้านบาท และ STECON ที่ 40,000 ล้านบาท แม้ยังไม่รวมการลงทุนอื่น ๆ ของภาคเอกชน