วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ดาวโจนส์พุ่ง 370 จุด กลับมายืนเหนือ 50,000 S&P 500 ปิดเหนือ 7,500

หุ้นสหรัฐทำสถิติสูงสุดไม่หยุด ดัชนีดาวโจนส์พุ่ง 370 จุด กลับมายืนเหนือ 50,000 S&P 500 ปิดเหนือ 7,500 เป็นครั้งแรก แม้สงครามอิหร่านยังไร้ทางออก ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิด

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.69) โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์กลับมายืนเหนือระดับ 50,000 ได้อีกครั้ง หลังบริษัทซิสโก ซิสเต็มส์ (Cisco Systems) ประกาศผลประกอบการแข็งแกร่ง และภายหลังการประชุมสำคัญระหว่างสหรัฐ-จีน

 

ดัชนีดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ซึ่งประกอบด้วยหุ้น 30 ตัว ปรับขึ้น 370.26 จุด หรือ 0.75% ปิดที่ 50,063.46 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.77% มาปิดที่ 7,501.24 จุด และดัชนีแนสแด็กคอมโพสิต Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.88% ปิดที่ 26,635.22 จุด โดยสองดัชนีหลังทำสถิติสูงสุดระหว่างวันและปิดตลาดในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

หุ้น Cisco ทะยานขึ้น 13% หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 และแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ พร้อมประกาศแผนเลิกจ้างพนักงานเกือบ 4,000 ตำแหน่ง

“ยากจะมองข้ามเรื่องการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง” วิลเลียม เมิร์ซ หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดทุนที่ U.S. Bank Asset Management ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี โดยเขาระบุว่าพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน “แข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง” โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทรายใหญ่ของสหรัฐ

การปรับขึ้นของหุ้น Cisco ช่วยหนุนดาวโจนส์ให้ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 50,000 ในระหว่างวัน ดาวโจนส์ยังได้แรงหนุนจากหุ้นเอ็นวิเดีย Nvidia ซึ่งปรับขึ้นมากกว่า 4% หลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าสหรัฐอนุมัติให้บริษัทจีนราว 10 แห่งสามารถสั่งซื้อชิป H200 ของ Nvidiaได้ แม้ยังไม่มีการส่งมอบสินค้าในขณะนี้

Cisco และ Nvidia รวมถึง Amazon ต่างช่วยพยุงการฟื้นตัวของดาวโจนส์ โดยในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นซิสโกพุ่งขึ้น 47% ขณะที่อเมซอนและเอ็นวิเดียเพิ่มขึ้น 28% และ 30% ตามลำดับ การปรับขึ้นของดัชนีเกิดขึ้นแม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังดำเนินต่อไป สร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อท่ามกลางราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง

 

ประเด็นอิหร่านเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเมื่อวันพฤหัสบดี โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิดให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง