หุ้นสหรัฐทำสถิติสูงสุดไม่หยุด ดัชนีดาวโจนส์พุ่ง 370 จุด กลับมายืนเหนือ 50,000 S&P 500 ปิดเหนือ 7,500 เป็นครั้งแรก แม้สงครามอิหร่านยังไร้ทางออก ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกปิด
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.69) โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์กลับมายืนเหนือระดับ 50,000 ได้อีกครั้ง หลังบริษัทซิสโก ซิสเต็มส์ (Cisco Systems) ประกาศผลประกอบการแข็งแกร่ง และภายหลังการประชุมสำคัญระหว่างสหรัฐกับจีน
ดัชนีดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ซึ่งประกอบด้วยหุ้น 30 ตัว ปรับขึ้น 370.26 จุด หรือ 0.75% ปิดที่ 50,063.46 จุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.77% มาปิดที่ 7,501.24 จุด และดัชนีแนสแด็กคอมโพสิต Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.88% ปิดที่ 26,635.22 จุด โดยสองดัชนีหลังทำสถิติสูงสุดระหว่างวันและปิดตลาดในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
หุ้น Cisco ทะยานขึ้น 13% หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 และแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ พร้อมประกาศแผนเลิกจ้างพนักงานเกือบ 4,000 ตำแหน่ง
“ยากจะมองข้ามเรื่องการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง” วิลเลียม เมิร์ซ หัวหน้าฝ่ายวิจัยตลาดทุนที่ U.S. Bank Asset Management ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี โดยเขาระบุว่าพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน “แข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง” โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทรายใหญ่ของสหรัฐ
การปรับขึ้นของหุ้น Cisco ช่วยหนุนดาวโจนส์ให้ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 50,000 ในระหว่างวัน ดาวโจนส์ยังได้แรงหนุนจากหุ้นเอ็นวิเดีย Nvidia ซึ่งปรับขึ้นมากกว่า 4% หลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าสหรัฐอนุมัติให้บริษัทจีนราว 10 แห่งสามารถสั่งซื้อชิป H200 ของ Nvidiaได้ แม้ยังไม่มีการส่งมอบสินค้าในขณะนี้
Cisco และ Nvidia รวมถึง Amazon ต่างช่วยพยุงการฟื้นตัวของดาวโจนส์ โดยในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นซิสโกพุ่งขึ้น 47% ขณะที่อเมซอนและเอ็นวิเดียเพิ่มขึ้น 28% และ 30% ตามลำดับ การปรับขึ้นของดัชนีเกิดขึ้นแม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังดำเนินต่อไป สร้างความกังวลด้านเงินเฟ้อท่ามกลางราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง
ประเด็นอิหร่านเป็นหัวข้อสำคัญในการหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเมื่อวันพฤหัสบดี โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะต้องเปิดให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง

