วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” วันนี้ (14 พ.ค.2569) ปิดบวก 21.86 จุด เขียวทั้งกระดานกว่า 300 ตัว รับงบ Q1 แกร่ง

“หุ้นไทย” วันนี้ (14 พ.ค.2569) ปิดบวก 21.86 จุด เขียวทั้งกระดานกว่า 300 ตัว รับงบ Q1 แกร่ง

"หุ้นไทย" วันนี้ (14 พ.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,539.12 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.86 จุด หรือ 1.44% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจาก ผลประกอบการไตรมาส 1 ของบริษัทจดทะเบียนออกมาโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง หนุนหุ้นไทยปรับขึ้นกระจายตัวกว่า 300 บริษัท ผสานความคาดหวังต่อข้อตกลงการค้า หลังสหรัฐอนุมัติชิป H200 ให้ 10 บริษัทจีน

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (14 พ.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,539.12 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 21.86 จุด หรือ 1.44% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,540.07 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,514.56 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 75,009.99 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 334.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 0.91% มูลค่าซื้อขาย 6,649.93 ล้านบาท
     
  2. CPALL ราคาปิด 46.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 6.86% มูลค่าซื้อขาย 5,579.43 ล้านบาท
     
  3. KTB ราคาปิด 33.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 3.05% มูลค่าซื้อขาย 4,182.28 ล้านบาท
     
  4. KBANK ราคาปิด 197.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.03% มูลค่าซื้อขาย 3,520.42 ล้านบาท
     
  5. TRUE ราคาปิด 14.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 1.37% มูลค่าซื้อขาย 3,461.11 ล้านบาท

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หุ้นไทย วันนี้ได้แรงหนุนจากการประกาศงบการเงินบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1 ออกมาได้ดีอย่างต่อเนื่อง DELTA มีแรงซื้อเข้ามาเล็กน้อยหลังคลายความกังวลรีบาลานซ์ดัชนี MSCI จากเดิมคาดว่าจะมีแรงขาย 150 ล้านดอลลาร์ แต่กลับมีแรงซื้อเข้ามา 50 ล้านดอลลาร์ หนุนราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น

ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นกระจายตัวในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ นิคมฯ สื่อสาร รวมถึงไฟฟ้า นับเป็นการปรับขึ้นแบบกระจายตัวกว่า 300 ตัว ขณะที่หุ้นปรับตัวลงมีเพียง 170 ตัว

อีกปัจจัยหนึ่งมาจากภาพของการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความคาดหวังต่อข้อตกลงทางการค้าระหว่างจีน และสหรัฐ หลังรัฐบาลอนุมัติการขายชิป H200 ให้ 10 บริษัทจีน

นอกจากนี้ กระแสการลงทุนในระดับโลกไหลเข้าสู่เอเชียอย่างต่อเนื่องสะท้อนผ่านตัวเลขขอรับสิทธิการลงทุนของ BOI ในไตรมาส 1 ปี 2569 แตะระดับ 1.1 ล้านล้านบาท ด้านนักลงทุนตั้งความคาดหวังว่ารัฐบาลจะสามารถเปลี่ยนตัวเลขนี้เป็น FDI ที่แท้จริงได้

ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ค.69) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,520 จุด แนวต้าน 1,545-1,560 จุด 

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนใช้กลยุทธ์สร้างความสมดุลพอร์ตแบบ Barbell ยังคงมองกลุ่มพลังงานอย่าง PTT, PTTGC, และ IVL จำเป็น อีกฝั่งหนึ่งมองภาพของการผ่อนคลายความตึงเครียด และเมกะเทรนด์ใน Infratech อย่าง GULF, TRUE, และ BH


 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์