'BDMS' เปิดกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ 4,058 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หลังรายได้ผู้ป่วยชาวกัมพูชาลดลงกว่า 78% จากความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านสงครามภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลต่อผู้ป่วยตะวันออกกลางเลื่อนรักษาไม่สามารถเดินทางได้ สวนทางรายได้ผู้ป่วยชาวเมียนมา อเมริกัน และเยอรมันยังเพิ่มขึ้น
บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานกำไรสุทธิ ไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ 4,058 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 28,554 ล้านบาท
รายได้จากค่ารักษาพยาบาลคิดเป็นจำนวน 27,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80 ล้านบาท หรือทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยทรงตัว และรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติเติบโตเล็กน้อย 1% ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ผู้ป่วยชาวไทยต่อผู้ป่วยชาวต่างชาติยังอยู่ที่ 69% ต่อ 31%
ทั้งนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค. ปี 2569 ส่งผลกระทบต่อรายได้การรักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยชาวไทยและต่างชาติ โดยราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้เพิ่มภาระค่าครองชีพ ทำให้ผู้ป่วยชาวไทยบางส่วนชะลอหรือเลื่อนการรักษาพยาบาลที่ไม่เร่งด่วนออกไป ขณะที่การรักษาโรคที่จำเป็นยังคงดำเนินต่อเนื่อง
สำหรับผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการเดินทาง ส่งผลให้มีเลื่อนการเข้ารับการรักษาในประเทศไทย
อย่างไรก็ตามรายได้จากผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางในช่วงเดือน ม.ค. ถึง ก.พ. ปี 2569 เติบโตได้ดี จึงช่วยหนุนให้รายได้จากผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางในไตรมาส 1 ปี 2569 ยังทรงตัวใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย โดยสายการบินในเส้นทางตะวันออกกลางกลับมาให้บริการมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางเริ่มทยอยกลับมาใช้บริการ
นอกจากนี้ ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาตั้งแต่กลางปี 2568 ส่งผลให้รายได้จาก ผู้ป่วยชาวกัมพูชาลดลง 78% จากไตรมาส 1 ปี 2568 ทำให้รายได้ผู้ป่วยต่างชาติเติบโตเพียง 1%
อย่างไรก็ดี หากไม่รวมรายได้ผู้ป่วยชาวกัมพูชาและชาวตะวันออกกลาง รายได้ค่ารักษาพยาบาลรวมจะเติบโตประมาณ 3% และรายได้ผู้ป่วยต่างชาติจะเติบโตประมาณ 10% โดยมีแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยชาวเมียนมาที่เพิ่มขึ้น 42% ชาวอเมริกัน 16% และชาวเยอรมัน 15%
บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าใช้จ่ายทางการเงิน ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA จำนวน 7,016 ล้านบาท ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ในไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้จากผู้ป่วยนอกเติบโต 2% และรายได้จากผู้ป่วยในลดลง 1% จากไตรมาส 1 ปี 2568 ด้านอัตราการครองเตียงโดยรวมอยู่ที่ 60% ลดลงจาก 67% จากจำนวนผู้ป่วยในที่ลดลงซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว
ขณะที่รายได้ค่ารักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลเครือข่ายในกรุงเทพและปริมณฑลลดลงเล็กน้อย 1% ส่วนโรงพยาบาลเครือข่ายนอกกรุงเทพและปริมณฑลเพิ่มขึ้น 2%

