วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” วันนี้ (13 พ.ค. 2569) ปิดบวก 30.79 จุด รีบาลานซ์ MSCI หนุน DELTA พุ่งนำตลาด

“หุ้นไทย” วันนี้ (13 พ.ค. 2569) ปิดบวก 30.79 จุด รีบาลานซ์ MSCI หนุน DELTA พุ่งนำตลาด

"หุ้นไทย" วันนี้ (13 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,514.35 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 30.79 จุด หรือ 2.08% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากการปรับน้ำหนักในดัชนี MSCI ซึ่งมีส่วนผลักดันหุ้นกลุ่มบิ๊กแคปนำโดย DELTA-ADVANC-TRUE ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาสูงกว่าตลาดคาด แต่ได้ปัจจัยบวกทรัมป์พบสีจิ้นผิงเป็นแรงหนุนตลาดสหรัฐกลับขึ้นมาได้

"ตลาดหุ้นไทย" เช้านี้ (13 พ.ค. 2569) ปิดตลาดเย็นอยู่ที่ 1,514.35 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 30.79 จุด หรือ 2.08% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,521.02 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,493.28 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 42,686.70 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาปิด 327.00 บาท เพิ่มขึ้น 27.00 บาท หรือ 9.00% มูลค่าซื้อขาย 8,689.26 ล้านบาท
     
  2. TRUE ราคาปิด 14.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท หรือ 2.84% มูลค่าซื้อขาย 5,080.21 ล้านบาท
     
  3. ADVANC ราคาปิด 358.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท หรือ 1.70% มูลค่าซื้อขาย 2,911.37 ล้านบาท
     
  4. KTB ราคาปิด 33.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.76% มูลค่าซื้อขาย 1,637.19 ล้านบาท
     
  5. GULF ราคาปิด 59.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.42% มูลค่าซื้อขาย 1,431.73 ล้านบาท

นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในทางบวกจากหุ้นบิ๊กแคป DELTA-ADVANC-TRUE เป็นหลัก โดย DELTA เพียงตัวเดียวมีส่วนผลักดันดัชนีกว่า 27 จุด

สาเหตุมาจากการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI จากเดิมที่คาดว่าจะมีแรงขายออกมาจากการปรับเกณฑ์ Freefloat แต่กลับมีการปรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นตาม Marketcap ซึ่งสอดคล้องราคาหุ้น DELTA ที่เพิ่มขึ้นมาในช่วงก่อนหน้า จึงมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาในวันนี้ 

ปัจจัยต่างประเทศ การประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาที่ 3.8% มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.7% ส่งผลต่อหุ้นสหรัฐในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม มีแรงซื้อดึงดัชนีกลับขึ้นมา เนื่องจากนักลงทุนหันไปเก็งกำไรในการพบกันของประธานาธิบดีทรัมป์และสีจิ้นผิง ว่าอาจมีข้อตกลงทางการค้าที่จะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยี

ขณะที่ช่วงบ่ายวันนี้ (13 พ.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,500 จุด แนวต้าน 1,520 จุด โดยปัจจัยที่ต้องจับตามองในระยะข้างหน้าคือเรื่องเงินเฟ้อว่าเฟดจะมีทิศทางต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างไร หากมีการส่งสัญญาณถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วกว่าคาดอาจเป็นแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง

กลยุทธ์การลงทุน มองข้ามเรื่องการประกาศงบไตรมาส 1 และเน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมาแรง โดยเน้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐอย่างกลุ่มนิคมฯ เช่น WHA และ WHAUP รับเหมาอย่าง CK และ STECON รวมถึงพลังงานสะอาดอย่าง GUNKUL