ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้าเปิดตลาด ณ วันที่ 13 พ.ค. 2569 รับเพิ่มขึ้น 14.85 จุด หรือบวก 1.00% อยู่ที่ 1,498.41 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7,852.17 ล้านบาท
วิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงสร้างฐานเพื่อรอปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุน ขณะที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด อาจจำเป็นต้องคงดอกเบี้ยระดับสูง หรือมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า ส่งผลให้กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเติบโตที่มีความอ่อนไหวต่อทิศทางดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีความชัดเจน ยังเป็นอีกปัจจัยที่หนุนให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อภาวะเงินเฟ้อและบรรยากาศการลงทุนโดยรวม
ด้านปัจจัยในประเทศ นักลงทุนให้น้ำหนักกับผลการทบทวนดัชนี MSCI ที่ประกาศออกมาในช่วงเช้าวันนี้ แม้จะไม่มีหุ้นไทยขนาดใหญ่ถูกเพิ่มหรือถอดออกจากดัชนี แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่การลดน้ำหนักการลงทุนมากกว่าการเพิ่มน้ำหนัก ส่งผลให้กระแสเงินทุนจากการทำ Rebalance ของ MSCI ในช่วงปลายเดือนนี้มีแนวโน้มเป็นลบ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันเชิงจิตวิทยาต่อหุ้นขนาดใหญ่ในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังติดตามความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐวงเงิน 400,000 ล้านบาท หลังยังมีประเด็นร้องเรียนจากฝ่ายค้าน โดยเฉพาะงบลงทุนด้านพลังงานมูลค่า 200,000 ล้านบาท ที่ตลาดต้องการเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบการเบิกจ่าย และผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไป ว่าจะสามารถช่วยหนุนการเติบโตของ GDP ได้มากน้อยเพียงใด
สำหรับ กลยุทธ์ลงทุน มองว่า ตลาดยังอยู่ในช่วงสะสมกำลังและรอปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน จึงแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะที่มีสัญญาณชัดเจนมากขึ้น โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยระยะสั้นไว้ที่แนวรับ 1,465 จุด แนวต้าน 1,490 จุด ซึ่งเทียบกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 1,483 จุด ซึ่งสะท้อนว่าตลาดยังแกว่งตัวในกรอบจำกัด และขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาผลักดันดัชนี

