วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

S&P 500 ถอยจากจุดสูงสุด หลังหุ้นชิปพักตัว-เงินเฟ้อออกมาสูง  

S&P 500 ถอยจากจุดสูงสุด หลังหุ้นชิปพักตัว-เงินเฟ้อออกมาสูง  

ดัชนี S&P 500 ถอยจากจุดสูงสุดวันอังคาร หลังหุ้นชิปหยุดพักความร้อนแรง ขณะเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าคาดฉุดตลาดหุ้นสหรัฐ

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงในวันอังคาร (12 พ.ค. 69) โดยได้รับกดดันจากการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่นักลงทุนกังวลกับตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) รายปี เดือนเมษายน ที่ออกมาร้อนแรงกว่าคาด  

 

ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.16% ที่ระดับ 7,400.96 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต ลดลง 0.71% มาปิดที่ 26,088.20 จุด ส่วนดัชนีดาวโจนส์ ปรับขึ้นเล็กน้อย 56.09 จุด หรือ 0.11% ปิดที่ 49,760.56 จุด  

ราคาหุ้นไมครอน เทคโนโลยี ที่เป็นแรงขับให้ S&P 500 และแนสแด็กทำจุดสูงสุดใหม่เมื่อวันจันทร์  แต่กลับทิศร่วงลง 3.6% หลังจากพุ่งขึ้นกว่า 37% ในสัปดาห์ที่แล้ว และราว 53% ในเดือนที่ผ่านมา จากกระแสหุ้นกลุ่มชิปหน่วยความจำที่ร้อนแรง  

 

หุ้น Advanced Micro  Devices (AMD) และ Qualcomm ร่วงลง 2% และ 11% ตามลำดับ โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา AMD พุ่งขึ้นมากกว่า 74% ขณะที่ควอลคอมม์เพิ่มขึ้นกว่า 39%  

ราคาน้ำมันดันเงินเฟ้อสหรัฐสูง

ด้านราคาน้ำมันดิบ เวสต์เทกซัส (WTI) สัญญาล่วงหน้า พุ่ง 4.19% ปิดที่ 102.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดบวก 3.42% ที่ 107.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับขึ้นดังกล่าวเป็นการต่อเนื่องจากวันจันทร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์ข้อตกลงหยุดยิงอายุหนึ่งเดือนระหว่างสหรัฐกับอิหร่านว่า “อ่อนปวกเปียกอย่างเหลือเชื่อ” และ “แทบจะอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ” หลังปฏิเสธข้อเสนอของเตหะรานฉบับล่าสุดเพื่อยุติสงคราม โดยมองว่า “รับไม่ได้”  

 

ในข้อเสนอตอบสหรัฐล่าสุด อิหร่านยืนกรานเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม อำนาจอธิปไตยเต็มรูปแบบเหนือช่องแคบฮอร์มุซ การปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัด และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ  

 

ท่ามกลางราคาพลังงานที่พุ่งสูง นักลงทุนกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดถึงผลกระทบของสงครามกับอิหร่านต่อเงินเฟ้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งยังคิดเป็นราวสองในสามของเศรษฐกิจสหรัฐ  

 

ในเดือนเมษายน ดัชนีราคาผู้บริโภคปรับขึ้น 0.6% ทำให้อัตราเงินเฟ้อรายปีอยู่ที่ 3.8% ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐแม้การเพิ่มขึ้นรายเดือนของเงินเฟ้อทั่วไปจะสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาด แต่โพลของสื่อดาวโจนส์คาดไว้ที่เงินเฟ้อรายปี 3.7% เท่านั้น ระดับ 3.8% นี้ถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023  

 

โธมัส มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนอาวุโสที่ Globalt Investments ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซีว่า “มันไม่ได้เหมือนหิมะถล่ม แต่เป็นการไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง” พร้อมเสริมว่าเงินเฟ้อจะ “เดินหน้าสะสมต่อไปเรื่อยๆ” ตราบใดที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ และการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า  

 

“เมื่อราคาน้ำมันเบนซินและสินค้าอื่นๆ อยู่ในระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ มันก็จะบีบตัวผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นแนวโน้มจึงชี้ว่าผู้บริโภคจะยังคงเผชิญความยากลำบากต่อไป” เขากล่าว