วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม 2569

Login
Login

กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ ทุ่ม 834 ล้าน ซื้อหุ้น MINT ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับ 16

กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ ทุ่ม 834 ล้าน ซื้อหุ้น MINT ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับ 16

จากการรายงานผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ณ วันที่ 6 พ.ค.2569 พบว่า บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ประเทศไทย จำกัด เข้าถือหุ้นใหญ่ในระดับที่ 16 จำนวนหุ้น 39,334,400 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.69% หรือคิดเป็นมูลค่า 834 ล้านบาท

ทั้งนี้ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT  ประกอบธุรกิจด้านการลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมที่ดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขาย โครงการพักผ่อนแบบปันส่วนเวลา และให้เช่าศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบันเทิงและธุรกิจจัดจำหน่าย

โดยมีมาร์เก็ตแคป ณ วันที่ 11 พ.ค.2569 ที่ 119,636.51 ล้านบาท ราคาสูงสุด ต่ำสุดที่ 27.00 / 19.60 บาท ราคาตั้งแต่ต้นปี 2569 ที่ -13.17% P/E ที่ 13.17 เท่า 
ปี 2568 มีการจ่ายปันผลทั้งสิ้น 2 ครั้ง รวม 0.70 บาท ซึ่งมีการขึ้นเครื่องหมาย XD แล้วเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2569 จำนวน 0.40 บาท จ่ายปันผลในวันที่ 22 พ.ค.2569 

บล.พาย เปิดเผยว่า หุ้น MINT คาดกำไรปกติไตรมาส 1/2569 ที่ 155 ล้านบาท อ่อนแอ 96% QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลแต่เติบโตดี 211%YoY จากฐานกำไรที่ต่ำเพียง 50 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2568 โดยแรงหนุนมาจากการเติบโตของรายได้และภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงธุรกิจโรงแรมคาดรายได้ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท (-14% QoQ, +6% YoY) อิงคาดการณ์ RevPar เฉลี่ยกลุ่มโรงแรมที่บริหารเอง 3.8 พันบาท/คืน (-10% QoQ, +10% YoY) เติบโตเด่นหนุนจากค่าเงินบาท/ยูโรที่อ่อนค่า แต่หากไม่รวมผลกระทบค่าเงิน RevParในสกุลเงินหลักของตลาดต่างประเทศยังเติบโตดียุโรป +7% YoY, มัลดีฟส์ +9% YoY ขณะที่ตลาดไทย +15% YoY 

สำหรับธุรกิจร้านอาหารคาดรายได้ที่ 7.6 พันล้านบาท (-3% QoQ, +1%YoY) ยอดขายเติบโตเล็กน้อย YoY ตามการขยายสาขาเพราะหากอิง SSSG เฉลี่ยทั้งกลุ่มคาดลดลง 0.8%YoY ธุรกิจในไทยทรงตัวYoY, จีน +9% YoY และออสเตรเลีย-1% YoY ด้านต้นทุนเราคาด EBITDA Margin ที่ 18.9% (-515bps QoQ, -56bps YoY) ลดลง YoY สวนทางกับรายได้เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของทั้งธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร ต้นทุนการเงินคาดที่ 2.3พันลบ. ลดลงทั้ง QoQ และ YoY จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายโดยเฉพาะในสกุลEUR, THB(54%,38% ของ IBD)

นอกจากนี้ หากกำไรไตรมาส 1/2569 ออกมาตามคาดจะคิดเป็นเพียง 1% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ระดับ 1.0 หมื่นล้านบาท แต่โดยปกติไตรมาส 1 จะเป็นจุดต่ำสุดของปีตามปัจจัยด้านฤดูกาล ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2-ไตรมาส 4/2569 คาดกำไรปกติระดับสูง +/-3.0 พันล้าบาท ทั้งนี้เพื่อจำกัด Downside Risk เราปรับลดคาดการณ์กำไรปกติปี 2569-2570 ลงปีละ 4-5% เป็นคาดที่ 1.0 หมื่นล้านบาท (+4% YoY) และ 1.1 หมื่นล้านบาท (+11% YoY) ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐานหลักดังนี้

1.ปรับลด RevPar เฉลี่ยทั้งกลุ่มลงปี 2% แต่ยังคงเป้าหมายSSSG +1.5% YoY ทำให้คาดการณ์รายได้ปี 2569 ของเราเติบโตเพียง 3% YoY ต่ำกว่าเป้าหมายล่าสุดของบริษัทที่ +6-8% YoY และ 
2.ปรับลดสมมติฐาน GPM เฉลี่ยทั้งกลุ่มลง 40-50bps ต่อปีสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลของการปรับประมาณการ ทำให้เราปรับราคาเหมาะสมลงเป็น 30.50 บาท (อิง EV/EBITDA Multiple เดิมที่ 6x เทียบเท่า-1.0SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีปกติ) เชิงพื้นฐานเราคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้นซื้อขายบน Valuation ที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับกลุ่ม แต่ด้วยแนวโน้มงบระยะสั้นที่ไม่เด่นมากนักไตรมาส 1/2569 เติบโตเด่นเพราะฐานต่ำการเติบโต YoY ในไตรมาส 2/2569 ค่อนข้างท้าทาย เชิงกลยุทธ์จึงแนะนำ Wait & See คาดหุ้นจะกลับมาน่าสนใจมากขึ้นเมื่อ 

1.ความตึงเครียดบริเวณตะวันออกกลางคลี่คลายนักท่องเที่ยวกลุ่ม Long Haul กลับมาเดินทาง และ 
2.ความคืบหน้าการปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์จากการจัดตั้งกอง REIT คาดเห็นรายละเอียดในช่วงไตรมาส 3/2569

กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ ทุ่ม 834 ล้าน ซื้อหุ้น MINT ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้นใหญ่ลำดับ 16