วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2569

Login
Login

TCAP โชว์กำไร Q1/69 โต 24% แตะ 2.1 พันล้าน รับแรงหนุนธุรกิจประกัน–บริษัทร่วม

TCAP โชว์กำไร Q1/69 โต 24% แตะ 2.1 พันล้าน รับแรงหนุนธุรกิจประกัน–บริษัทร่วม

นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ TCAP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภายนอก โดยบริษัทฯและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ จำนวน 2,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.15% Y-Y และเพิ่มขึ้น 12.09% Q-Q จากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะรายได้จากธุรกิจประกันภัย รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เติบโตตามผลประกอบการที่ดีของบริษัทร่วม

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นปรับลดลงอย่างมากจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นของบริษัทย่อย ซึ่งผลการดำเนินงานของธุรกิจสำคัญในกลุ่มธนชาต ประกอบด้วย

  • ราชธานีลิสซิ่ง มีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม 340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.86% Y-Y และ 7.94% Q-Q
  • ธนชาตประกันภัย มีกำไรสุทธิ 446 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.11% Y-Y และ 102.73% Q-Q
  • ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม มีจำนวน 1,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.39% Y-Y และ 4.89%  Q-Q

สำหรับฐานะทางการเงินมีความมั่นคง เน้นเพิ่มการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มธนชาต มีสินทรัพย์รวม 157,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.99% จากสิ้นปี 2568 โดยมีการปรับพอร์ตการลงทุนเพิ่มขึ้นในตราสารทุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทน ขณะที่สินเชื่อรวมลดลงเล็กน้อยจากการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ด้านโครงสร้างเงินทุนยังคงแข็งแกร่ง โดยมีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 82,671 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรของไตรมาส 1 ปี 2569 ขณะที่อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROAE) อยู่ที่ 10.39%
 

สำหรับ ทิศทางในช่วงที่เหลือของปี 2569 กลุ่มธนชาต ยังคงประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้อย่างจำกัดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย และความเปราะบางของกำลังซื้อภาคครัวเรือน ซึ่งทั้งหมดนี้ ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ภายใต้บริบทดังกล่าว TCAP จะเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ

โดยให้ความสำคัญกับการคัดกรองลูกหนี้และการพิจารณารับประกันภัยอย่างรอบคอบ การรักษาวินัยด้านความเสี่ยง และการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและเงินสำรอง เพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวอย่างยั่งยืน