วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘ติดล้อ’ มั่นใจสินเชื่อโต ลุยเพิ่มสาขา-ออกหุ้นกู้

‘ติดล้อ’ มั่นใจสินเชื่อโต ลุยเพิ่มสาขา-ออกหุ้นกู้

“ติดล้อ โฮลดิ้งส์” ลั่นสินเชื่อปี 69 ขยายตัว 5-10% พร้อมลุยเปิดสาขาเพิ่ม 50-100 แห่ง ควบคู่พัฒนาออนไลน์ เตรียม “ออกหุ้นกู้ใหม่” ทดแทนชุดเดิม เผยสงครามตะวันออกกลางเริ่มกดดันดีมานด์ “สินเชื่อรถบรรทุก” 

นางอาฑิตยา พูนวัตถุ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เปิดเผยว่า บริษัทวางเป้าหมายทางการเงินปี 2569 ยังคงเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 5-10% แม้ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 สินเชื่อเติบโตเพียง 0.3% จากต้นปี

โดย “ธุรกิจประกันวินาศภัย” ยังเติบโตแข็งแกร่ง ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยเติบโต 5-10% ต่อปี ในไตรมาส 1 ปี 2569 สามารถเติบโตได้ถึง 11% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ตั้งเป้าสัดส่วน “หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้” (NPL) ไว้ที่ 1.5-1.8% ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 1.47% ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย

สำหรับ Credit Cost ตั้งเป้าไว้ที่ 2.2-2.8% มีการปรับลดเป้าหมายลงจากเดิม 2.5-2.8% สะท้อนคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่ดีขึ้น โดยไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 1.70%

ส่วน “อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้” (Cost-to-Income Ratio) ตั้งเป้าไว้ที่ระดับกลาง 50% โดยไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 54.4%

เดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่องในปี 2569 อีก 50-100 แห่ง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น มองว่าการเปิดสาขายังคงมีความจำเป็น และต้องพัฒนาไปควบคู่กับช่องทางออนไลน์ เพื่อรองรับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลง

ขณะที่ แนวโน้มธุรกิจไตรมาส 2 ปี 2569 ธุรกิจสินเชื่อในเดือนเม.ย. เติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จากปัจจัยความไม่แน่นอนทั้งสงครามและภาวะเศรษฐกิจโลก แต่ยังเชื่อมั่นว่าภาพรวมทั้งปีจะสามารถรักษาเป้าการเติบโตของสินเชื่อไว้ที่ 5-10%

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนออก “หุ้นกู้” เพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ เพื่อทดแทนหุ้นกู้เดิมที่ครบกำหนดไถ่ถอนมูลค่าราว 9,000 ล้านบาท ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์สงคราม เริ่มเห็นดีมานด์สินเชื่อรถบรรทุกชะลอตัว จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วนขอขยายระยะเวลาชำระหนี้ ซึ่งคาดว่าอาจเริ่มเห็นผลกระทบชัดเจนมากขึ้นในไตรมาสถัดไป

ล่าสุด ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,613.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 63.3% จากไตรมาสก่อน พร้อมทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบไตรมาส โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิต การเติบโตของรายได้ทั้งธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัย รวมถึงการควบคุมต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ