"หุ้นไทย" เช้านี้ (11 พ.ค.2569) ปิดตลาดช่วงเช้าอยู่ที่ 1,493.75 จุด โดยปรับตัวลดลง 6.61 จุด หรือ 0.44% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่กลับมาตึงเครียด หลังสหรัฐและอิหร่าน ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง ด้านนักลงทุนจับตาการปรับสมดุลดัชนี MSCI ในวันที่ 12 พ.ค.69 ซึ่งหุ้นไทยอาจถูกปรับลดน้ำหนัก
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (11 พ.ค.2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,493.75 จุด ปรับตัวลดลง 6.61 จุด หรือ 0.44% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,509.86 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,491.71 จุด และมี มูลค่าซื้อขาย รวม 38,677.18 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- KBANK ราคาปิด 196.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.51% มูลค่าซื้อขาย 2,854.78 ล้านบาท
- GULF ราคาปิด 59.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 1.67% มูลค่าซื้อขาย 2,768.65 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 36.25 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.68% มูลค่าซื้อขาย 2,699.25 ล้านบาท
- KTB ราคาปิด 32.75 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 2,688.95 ล้านบาท
- SCB ราคาปิด 131.50 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 0.38% มูลค่าซื้อขาย 2,093.30 ล้านบาท
ทีมนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (FSSIA) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวไซด์เวย์ หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาเป็นปัจจัยกดดันอีกครั้ง หลังจากสหรัฐ และอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงระหว่างกัน
ส่งผลให้ทิศทางตลาดกลับมาเป็นลบ และหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ เบรนท์ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งดัชนี PPI-CPI และยอดค้าปลีกเดือนเม.ย รวมถึงถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดในช่วงสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม แรงหนุนกระแส AI ยังส่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้นแรงสอดคล้องภาพรวมตลาดหุ้นโลก
ปัจจัยภายในประเทศ
มีประเด็นที่ต้องติดตามคือ การประกาศรีบาลานซ์ดัชนี MSCI ในวันที่ 12 พ.ค.69 ซึ่งต้องลุ้นว่าตลาดหุ้นไทยจะถูกปรับลดน้ำหนักลงหรือไม่ ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2026 ของบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศออกมาแล้วส่วนใหญ่ดีกว่าคาดราว 11% ซึ่งจะช่วยจำกัดดาวน์ไซด์ของดัชนีได้ โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาดหุ้นไทย ในปี 2569 ไว้ที่ 94 บาท
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัว Sideways ถึง Sideways Up โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุนออกจากกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี เข้าสู่หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่เริ่มลดลง และได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านเงินดิจิทัล 4 แสนล้านบาท ในช่วงครึ่งปีหลัง
กลยุทธ์การลงทุน : แนะนำเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรไตรมาส 1 ปี 2569 แข็งแกร่ง และได้รับผลกระทบจำกัดจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ โดยหุ้นแนะนำวันนี้คือ STA เนื่องจากคาดการณ์กำไรไตรมาส 2 ปี 2569 จะเติบโตโดดเด่นจากราคายางที่ปรับตัวขึ้น และมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าไว้แล้ว รวมถึงแนะนำ STGT ที่พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ และ CPAXT ที่กำไรเติบโตตามคาดจากการขยายตัวของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของ Makro และ Lotus’s
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

