วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2569

Login
Login

S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุด หลังตัวเลขจ้างงานเม.ย.ออกมาดีเกินคาด

S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุด หลังตัวเลขจ้างงานเม.ย.ออกมาดีเกินคาด

ดัชนี S&P 500 ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อคืน ทำผลงานเป็นสัปดาห์ที่ปรับขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024 หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐเดือนเมษายนออกมาดีเกินคาด

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (8 พ.ค.69) หลังตัวเลขการจ้างงานเดือนเมษายนออกมาดีกว่าคาด และขณะที่นักลงทุนจับตาพัฒนาการระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน

 

ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.84% มาปิดที่ 7,398.93 จุด ขณะที่ ดัชนีแนสแด็ก Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.71% มาที่ 26,247.08 จุด ทั้งสองดัชนีทำสถิติจุดสูงสุดระหว่างวันครั้งใหม่ และปิดตลาดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ขยับขึ้น 12.19 จุด หรือ 0.02% มาปิดที่ 49,609.16 จุด

 

ดัชนีหลักทั้งสามตัวปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบรายสัปดาห์ หนุนโดยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ผลประกอบการกลุ่มเทคโนโลยีที่ออกมาดีช่วยหนุนให้ Nasdaq พุ่งขึ้น 4.5% ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.3% ทั้งสองดัชนีทำผลงานบวกต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นสถิติขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024 สำหรับทั้งดัชนีตลาดใหญ่และดัชนีที่เน้นหุ้นเทคโนโลยี ส่วนดัชนีดาวโจนส์ทำผลงานอ่อนกว่าที่เหลือ โดยเพิ่มขึ้นเพียง 0.2% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน

จ้างงานนอกภาคเกษตรดีเกินคาด

บรรยากาศการลงทุนได้แรงหนุน หลังจากสำนักสถิติแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 115,000 ตำแหน่งในเดือนที่แล้ว สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ 55,000 ตำแหน่งจากนักเศรษฐศาสตร์ที่สื่อดาวโจนส์ สำรวจไว้ อัตราการว่างงานสหรัฐ ยังทรงตัวที่ 4.3% สอดคล้องกับที่คาดการณ์

เหตุปะทะในช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันขึ้น

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมัน ปรับขึ้นเล็กน้อย โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบล่วงหน้า เพิ่มขึ้น 0.64% มาที่ 95.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากที่สหรัฐ และอิหร่านมีการปะทะกันในช่องแคบฮอร์มุซ โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นผู้เปิดฉากโจมตีก่อน กองบัญชาการกลางสหรัฐระบุว่า กองกำลังทหาร “สกัดกั้นการโจมตีของอิหร่านที่ไม่มีการยั่วยุ และตอบโต้ด้วยการโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง” ขณะที่เรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐ 3 ลำกำลังแล่นผ่านเส้นทางเดินเรือดังกล่าว

 

ในโพสต์บน Truth Social คืนวันพฤหัสบดี ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า “ไม่มีความเสียหายใด ๆ ต่อเรือพิฆาตทั้งสามลำ แต่มีความเสียหายอย่างหนักต่อผู้โจมตีชาวอิหร่าน” เขายังรายงานด้วยว่าการหยุดยิงยังคงมีผลอยู่ โดยกล่าวว่าการโจมตีเป้าหมายอิหร่านครั้งนี้เป็นเพียง “แค่ตบเบา ๆ เพื่อแสดงความรัก” 

 

นักลงทุนกำลังรอการตอบสนองจากอิหร่านต่อข้อเสนอเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังสื่อของรัฐอิหร่านรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เตหะรานกำลังพิจารณาข้อความจากสหรัฐ ที่ส่งผ่านคนกลางชาวปากีสถาน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐ “น่าจะทราบความคืบหน้าบางอย่างภายในวันนี้”

ทั้ง S&P 500 และ Nasdaq Composite เพิ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันก่อนหน้า ก่อนจะอ่อนตัวลงภายหลัง เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านระบุว่าประเทศจะไม่ยอมให้สหรัฐ เปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นใหม่ด้วย “แผนการที่ไม่สมจริง” ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ของรัฐ Press TV เจ้าหน้าที่ยังเสริมว่า อิหร่านจะไม่ยอมให้สหรัฐถอนตัวออกจากความขัดแย้งโดยไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายจากความเสียหายที่ก่อไว้

 

เตือนหุ้นขึ้นอาจจะไม่ยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม คีธ บูคานัน ผู้จัดการพอร์ตอาวุโสที่ Globalt Investments ยังไม่มั่นใจว่าสภาวะตลาดที่พุ่งแรงในระยะหลังจะยืนระยะได้ โดยเฉพาะเมื่อส่วนใหญ่ถูกพยุงด้วยความหวังเกี่ยวกับเม็ดเงินลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การใช้จ่ายดังกล่าวได้จุดชนวนให้หุ้นชิปหน่วยความจำ พุ่งแรง เช่น หุ้น Micron Technology และ Sandisk ที่ทะยานขึ้น 15% และ 16% ตามลำดับในวันศุกร์เพียงวันเดียว Micron ทำผลตอบแทนรายสัปดาห์เกือบ 38% ขณะที่ Sandisk เพิ่มขึ้นมากกว่า 31%

 

“ตลาดกำลังซื้อขายกันที่ระดับมูลค่าที่ไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงที่เรามองเห็นอยู่ข้างหน้า” บูคานันกล่าว โดยอ้างถึงความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อนานกว่าที่คาด และผลกระทบด้านลบที่เพิ่มขึ้นต่อผู้บริโภค

 

“นี่เป็นเรื่องราวของการใช้จ่ายด้าน AI และแรงสะท้อนต่อเนื่อง รวมถึงผลประกอบการด้วย ที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หากไม่มีการใช้จ่ายและความเชื่อมั่นนั้น เศรษฐกิจก็น่าจะซบเซากว่านี้มาก” เขากล่าวต่อ