วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” วันนี้ (8 พ.ค. 2569) ปิดลบ 7.17 จุด พักฐานหลังฟื้นแรง-จับตาทรัมป์พบสีจิ้นผิงสัปดาห์หน้า

“หุ้นไทย” วันนี้ (8 พ.ค. 2569) ปิดลบ 7.17 จุด พักฐานหลังฟื้นแรง-จับตาทรัมป์พบสีจิ้นผิงสัปดาห์หน้า

"หุ้นไทย" ในวันนี้ (8 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,500.36 จุด ปรับตัวลดลง 7.17 จุด หรือคิดเป็น 0.48% นักวิเคราะห์ชี้ ดัชนีปิดแดนลบวันนี้พักฐานหลังดัชนีฟื้นตัวแรงก่อนนี้ เผชิญแรงขาย DELTA กดดัน เตรียมจับตาทรัมป์พบสีจิ้นผิงสัปดาห์หน้า

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,500.36 จุด ปรับตัวลดลง 7.17 จุด หรือ 0.48% โดยดัชนีฯ ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,512.66 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,498.13 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 64,393.81 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. TRUE ราคาปิด 14.40 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 5,554.71 ล้านบาท
     
  2. DELTA ราคาปิด 311.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.27% มูลค่าซื้อขาย 4,564.53 ล้านบาท
     
  3. ADVANC ราคาปิด 350.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 4,428.97 ล้านบาท
     
  4. PTT ราคาปิด 36.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 2.10% มูลค่าซื้อขาย 4,161.77 ล้านบาท
     
  5. GULF ราคาปิด 60.00 บาท ลดลง 1.75 บาท หรือ 2.83% มูลค่าซื้อขาย 3,851.76 ล้านบาท

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้พักฐานหลังจากทยอยฟื้นตัวขึ้นมาค่อนข้างมากในช่วงก่อนหน้านี้ โดยหุ้นบิ๊กแคปอย่าง DELTA ยังคงแรงขายทำกำไรฉุดรั้งดัชนี สอดคล้องทิศทางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นสหรัฐ

ด้านต่างประเทศปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังเข้ากดดัน หลังอิหร่านโจมตีเรือของสหรัฐบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

ส่วนปัจจัยภายในประเทศ ยังมีแรงซื้อสลับขายในหลายกลุ่ม ในกลุ่มไฟแนนซ์ TIDLOR ได้ปัจจัยบวกจากงบไตรมาส 1 ออกมาดีกว่าคาด สวนทางค้าปลีก CPALL ที่วันนี้มีแรงขายออกมา แต่ประเมินยังมีอัปไซด์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐหนุนในระยะต่อไป

ขณะที่สัปดาห์หน้าคาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,450 จุด แนวต้าน 1,540 จุด โดยมีปัจจัยต้องจับตามองได้แก่ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 1 และการพบกันของประธานาธิบดีสหรัฐและจีนในสัปดาห์หน้า

กลยุทธ์การลงทุน มองว่าปัจจุบันแวลูของหุ้นในตลาดไม่ถูกนัก แนะนำนักลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันลดลง อย่างค้าปลีก โรงไฟฟ้า และไฟแนนซ์ เป็นหลัก