"หุ้นไทย" เช้านี้ (8 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,506.52 จุด โดยปรับตัวลดลง 1.01 จุด หรือคิดเป็น 0.07% นักวิเคราะห์ชี้ดัชนีแกว่งตัวในทางลบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กลับมาตึงเครียด อิหร่านเปิดฉากโจมตีเรือพิฆาต ด้านปัจจัยในประเทศ ธปท. คาดการณ์เงินเฟ้อไทยปีนี้พุ่งแตะ 3.1%
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (8 พ.ค. 2569) ปิดตลาดภาคเช้าอยู่ที่ 1,506.52 จุด ปรับตัวลดลง 1.01 จุด หรือคิดเป็น 0.07% โดยดัชนีหุ้นไทย ทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,512.88 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,500.38 จุด และมีมูลค่าซื้อขาย รวม 38,761.09 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- TRUE ราคาปิด 14.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 0.69% มูลค่าซื้อขาย 4,120.32 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 351.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.29% มูลค่าซื้อขาย 3,221.47 ล้านบาท
- DELTA ราคาปิด 313.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 0.63% มูลค่าซื้อขาย 2,689.13 ล้านบาท
- GULF ราคาปิด 60.75 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 1.62% มูลค่าซื้อขาย 2,613.51 ล้านบาท
- PTTEP ราคาปิด 149.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.36% มูลค่าซื้อขาย 1,744.23 ล้านบาท
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวในทางลบ จากภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลงหลังจากเผชิญความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
ปัจจัยต่างประเทศ
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาตึงเครียด โดยสหรัฐตกเป็นเป้าหมายทางทหารหลังอิหร่านเปิดฉากยิงใส่เรือพิฆาตของกองทัพเรือสหรัฐ 3 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ ตลาดยังให้ความสนใจกับการรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐประจำเดือนเม.ย. ซึ่งคาดการณ์การจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 65,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานอยู่ที่ราว 4.3%
ปัจจัยภายในประเทศ
มีประเด็นสำคัญจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความเห็นว่า พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล จะช่วยผลักดัน GDP ปีนี้ให้ขยายตัวสู่ระดับ 2.1% จากเดิมที่คาดไว้ 1.5%
อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตว่าอัตราเงินเฟ้ออาจขยับขึ้นมาที่ 3.0-3.1% และเศรษฐกิจในปีหน้าอาจชะลอตัวลงมาเหลือ 1.6% เนื่องจากฐานที่สูงขึ้นในปีนี้
ในวันนี้ (8 พ.ค.) คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,494 จุด และแนวต้าน 1,533 จุด โดยต้องติดตามว่าการปรับประมาณการ GDP จะส่งผลต่อกำไรของบริษัทจดทะเบียนอย่างไร แม้ในมุมมองเบื้องต้นอาจยังไม่เป็นปัจจัยบวก ต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก แต่เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและไฟแนนซ์ในระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้น ADVANC จากกำไรไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ออกมาดีกว่าตลาดคาดและประเด็นความร่วมมือกับ OR อีกด้านมองหุ้น GPSC ที่ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานที่ลดลง และหุ้น TIDLOR จากกำไรไตรมาส 1 ที่เติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า

