วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘ดัชนีหุ้นไทย’ ลุ้นแตะ 1,555 จุด แรงหนุนสหรัฐ-อิหร่าน-เอไอ

‘ดัชนีหุ้นไทย’ ลุ้นแตะ 1,555 จุด แรงหนุนสหรัฐ-อิหร่าน-เอไอ

ความเคลื่อนไหว “ดัชนีหุ้นไทย” วานนี้ (6 พ.ค.2569) ปิดตลาดบวก 26.81 จุด มาอยู่ที่ 1,516.91 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.80% มูลค่าการซื้อขาย 82,023.34 ล้านบาท ระหว่างวันทำจุดสูงสุด 1,517.94 จุด ปัจจัยหลัก ๆ มาจากตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวแรงหลังจาก “โดนัล ทรัมป์” ส่งสัญญาณความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับอิหร่าน และความคาดหวังใหม่ต่อกระแสการลงทุนด้าน AI ซึ่งได้ส่งผ่านต่อมายังตลาดหุ้นเอเชีย

‘ดัชนีหุ้นไทย’ ลุ้นแตะ 1,555 จุด แรงหนุนสหรัฐ-อิหร่าน-เอไอ

สอดคล้องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐเตรียมอัดฉีดกว่า 400,000 ล้านบาท คาดน่าจะดัน GDP เพิ่มได้ 0.2-0.5% หลังจากที่หลายสำนักสถาบันการเงินปรับลด GDP ปีนี้ลงเหลือประมาณ 1.2-1.6% นักวิเคราะห์มองว่าจะช่วยหนุนตลาดหุ้นไทยในเชิงบวกได้ โดยเป้าดัชนหุ้นไทยเดือน พ.ค. 2569 ที่ 1,520 จุด และ สูงสุด 1,555 จุด

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่กำลังจะออกมาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ แม้สถาบันการเงินต่าง ๆ ได้ทยอยปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยจากเดิมที่ระดับ 1.8-2.0% ลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.2-1.5% อย่างไรก็ตาม มองว่าการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2569 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 18 พ.ค.นี้ ยังมีโอกาสออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากภาคการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ ประกอบกับการบริโภคภายในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม

ด้านนโยบายภาครัฐ คาดว่า แผนกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 400,000 ล้านบาท จะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจราว 150,000-200,000 ล้านบาท และมีส่วนช่วยผลักดัน GDP เพิ่มขึ้นประมาณ 0.2-0.3% ขณะที่มุมมองต่อตลาดหุ้นไทยในเดือน พ.ค.นี้ ยังคงเป็นบวก โดยประเมินกรอบดัชนีไว้ที่ 1,520 จุด และในกรณีดีที่สุดอาจขึ้นไปทดสอบระดับ 1,555 จุด ส่วนปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของตลาด จาก 93 บาท เป็นราว 98 บาท โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวเชิงบวก จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐวงเงิน 400,000 ล้านบาท จะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยพยุงเศรษฐกิจและหนุนดัชนีตลาดหุ้น ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้เดิม

“เม็ดเงินก้อนดังกล่าวจะช่วยหนุนการเติบโตของ GDP เพิ่มขึ้นได้ราว 0.5-0.8% ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยับขึ้นไปแตะระดับ 1.5-1.6% ได้อีกครั้ง และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุน”

ในด้านตลาดหุ้น มาตรการดังกล่าวาจะเป็นปัจจัยบวกต่อดัชนี โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มการบริโภคและพลังงาน จะได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ กลุ่มพาณิชย์ ไฟแนนซ์ และอาหาร ได้รับผลดีจากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นของประชาชน ขณะที่กลุ่มพลังงานได้แรงหนุนจากนโยบายปรับโครงสร้างพลังงานของภาครัฐ และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและรับเหมาก่อสร้างก็มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการลงทุน

นายพิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐาน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง เปิดเผยว่า แม้ตัวเลข GDP จะถูกปรับลดลงต่อเนื่อง แต่ประมาณการกำไรของตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีกลับปรับเพิ่มขึ้นราว 1% สะท้อนโครงสร้างของตลาดหุ้นไทยที่ไม่ได้พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มที่อิงกับปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน และปิโตรเคมี ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อภาพรวมตลาด ส่งผลให้กำไรโดยรวมยังคงเติบโตได้ แม้เศรษฐกิจในประเทศจะอ่อนแรง

สำหรับทิศทางตลาดในระยะถัดไป ประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยจะยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ โดยการปรับตัวขึ้นจะเกิดในลักษณะ “กระจุกตัว” เฉพาะกลุ่มที่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนอย่างชัดเจน