วันพุธ ที่ 6 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (6 พ.ค. 2569) ปิดบวก 17.95 จุด น้ำมันลง หลังข้อตกลงหยุดยิงยังมีผล-อนุญาตเรือผ่านฮอร์มุซ

“หุ้นไทย” เช้านี้ (6 พ.ค. 2569) ปิดบวก 17.95 จุด น้ำมันลง หลังข้อตกลงหยุดยิงยังมีผล-อนุญาตเรือผ่านฮอร์มุซ

"ตลาดหุ้นไทย" เช้านี้ (6 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,508.05 จุด เพิ่มขึ้น 17.95 จุด หรือคิดเป็น 1.20% นักวิเคราะห์ชี้มีสาเหตุมาจาก ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลายหลังสหรัฐยืนยันข้อตกลงหยุดยิงยังมีผล-อนุญาตเรือผ่านฮอร์มุซได้ ส่งผลน้ำมันดิบปรับตัวลดลงช่วยผลักดันดัชนี

"ตลาดหุ้นไทย" เช้านี้ (6 พ.ค. 2569) ปิดตลาดที่ 1,508.05 จุด เพิ่มขึ้น 17.95 จุด หรือ 1.20% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,513.75 จุด จุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,494.23 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 43,238.28 ล้านบาท 

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. DELTA ราคาล่าสุด 319.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท หรือ 2.90% มูลค่าซื้อขาย 4,373.21 ล้านบาท
     
  2. PTT ราคาล่าสุด 35.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 2.05% มูลค่าซื้อขาย 2,795.46 ล้านบาท
     
  3. GULF ราคาล่าสุด 59.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 3.04% มูลค่าซื้อขาย 2,290.27 ล้านบาท
     
  4. ADVANC ราคาล่าสุด 343.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 0.88% มูลค่าซื้อขาย 1,970.92 ล้านบาท
     
  5. KBANK ราคาล่าสุด 195.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.03% มูลค่าซื้อขาย 1,783.02 ล้านบาท

บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในทางบวก โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากความเชื่อมั่นนักลงทุน หลังทำเนียบขาวและรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐยืนยันข้อตกลงหยุดยิงยังคงมีผลบังคับใช้ และเส้นทางเดินเรือผ่านฮอร์มุซเปิดใช้งานได้ตามปกติ ส่งผลราคาน้ำมันดิบ WTI อ่อนตัวลง 3.9% ที่ 102.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ด้านปัจจัยต่างประเทศ ตลาดหุ้นสหรัฐ S&P500 และ Nasdaq ปิดทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากกระแสหุ้นกลุ่ม AI และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนแข็งแกร่ง รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าคาด

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบที่ต้องระวังจากท่าทีของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่มองว่าวิกฤตในช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถแก้ได้ด้วยวิธีทางการทหาร และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าอิหร่านยังมีการโจมตีเป้าหมายในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้เกาหลีใต้เข้าร่วมภารกิจเปิดเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ มูดี้ส์ รายงานว่าไทยพร้อมรับมือกับภาวะช็อกทางเศรษฐกิจโลกได้ดี สะท้อนการปรับดีขึ้นของสมดุลความเสี่ยงและความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ

แนวโน้มดัชนีในวันนี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,485-1,500 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาคือสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและเสถียรภาพของข้อตกลงสงบศึก

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นส่งออกได้ประโยชน์จากศาลฎีกาสหรัฐยกเลิกภาษีทรัมป์ ได้แก่ KCE, HANA, DELTA , CCET, TU, ASIAN, STA, และ NER กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร ของ กกพ. ได้แก่ GULF, BGRIM, GPSC, RATCH, และ EGCO

นอกจากนี้ ยังมองกลุ่มที่รับอานิสงส์นโยบายคนละครึ่งพลัสเฟส 2 เช่น CPAXT, BJC, TNP, และ MOTHER และหุ้นกลุ่มยางพาราที่ราคาทรงตัวในระดับสูง ได้แก่ STA, NER, TRUBB, และ TEGH มีความน่าสนใจ