วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม 2569

Login
Login

BH ได้แรงหนุนตะวันออกกลางฟื้นหลังรอมฎอน คาดกำไร Q2/69 เริ่มฟื้น หนุน Upside ครึ่งปีหลัง

BH ได้แรงหนุนตะวันออกกลางฟื้นหลังรอมฎอน คาดกำไร Q2/69 เริ่มฟื้น หนุน Upside ครึ่งปีหลัง

มินทรา รัตยาภาส นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี เปิดเผยว่า BH หรือ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) ทิศทางกลุ่มตะวันออกกลางฟื้นตัวดีหลังรอมฎอน โดยมอง Slightly positive ต่อโทนการประชุม เนื่องจาก 

1) รายได้ตะวันออกกลางมีสัญญาณฟื้นตัวดีหลังรอมฎอน และผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มจำกัดกว่าคาด และ 

2) การล็อคราคายา/เวชภัณฑ์ช่วยลดแรงกดดันต้นทุนต่ออัตรากำไร ทิศทางไตรมาส 2/2569 คาดกำไรใกล้เคียงไตรมาส 2/2568 และฟื้นตัว q-q มีปัจจัยผลักดันจากรายได้เติบโต y-y ได้ดีขึ้นกว่าไตรมาส 1/2569 (รายได้ +1%y-y) ประกอบกับคาดมีIntensity จากกลุ่มต่างชาติสูงขึ้น และการคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้คาด EBITDA margin ดีขึ้น q-q 

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1/2569 จำนวนเตียงให้บริการ 485 เตียง อัตราใช้เตียงเฉลี่ย 70% (vs ไตรมาส 1/2568 จำนวนเตียง 483 อัตราใช้เตียงเฉลี่ย 71% ไตรมาส 4/2568 จำนวนเตียง 510 เตียง อัตราใช้เตียงเฉลี่ย 72%)

ขณะที่ ภาพรวมรายได้รักษาพยาบาลไตรมาส 1/2569 (+1%y-y) เติบโตเล็กน้อยจาก Intensity ค่ารักษาตามความซับซ้อนโรค (+7%y-y) และผลของราคา (+4%y-y)ชดเชยการลดลงของ Volume

โดยทิศทางไตรมาส 2/2569 ผู้บริหารประเมินรายได้เติบโต +/-2%y-y ดีกว่าการเติบโตในไตรมาส 1/2569 มีปัจจัยผลักดันจากการฟื้นตัวของกลุ่มตะวันออกกลางหลังรอมฎอน และยังมีโมเมนตัมดีต่อเนื่อง

ขณะที่ผู้บริหารไม่กังวลต่อการเพิ่มขึ้นของยอดลูกหนี้และจำนวนวันเก็บหนี้ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/2569 จากกลุ่มตะวันออกกลาง (กาต้า) และมองการชำระหนี้ของลูกค้ากลุ่มนี้จะดีขึ้นในเดือน มิ.ย.-ก.ค

นอกจากนี้ BH ไม่มีแผนปรับราคาระหว่างปี แม้สถานการณ์ต้นทุนยาและเวชภัณฑ์มีแนวโน้มสูงขึ้น โดย BH มีการบริหารสต๊อคยาและเวชภัณฑ์ราว 1-3 เดือน และล็อคราคากับ Supplier ไว้ประมาณ 12 เดือน ซึ่งผู้บริหารมองว่า มีผลกระทบต่อต้นทุนยาและเวชภัณฑ์จำกัด

ทั้งนี้ ปัจจัยเศรษฐกิจมีผลกระทบกลุ่มคนไทยชะลอตัวเล็กน้อย โดยเฉพาะ Elective case แต่ไม่กระทบภาพรวม เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักส่วนใหญ่รักษาโรคซับซ้อนมากกว่า

โดยมีมุมมอง Slightly positive ต่อโทนการประชุมของ BH เนื่องจากรายได้ต่างชาติ โดยเฉพาะตะวันออกกลางมีสัญญาณฟื้นตัวดีหลังจากรอมฎอน ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางกระทบจำกัดกว่าที่เราและตลาดกังวล และการล็อคราคายา/เวชภัณฑ์ ช่วยลดความเสี่ยงด้านต้นทุนสินค้าต่อ margin ของ BH

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 เบื้องต้นคาดกำไรปกติราว 1,850 ล้านบาท ทรงตัว y-y และเติบโต 4%q-q เนื่องจากคาดรายได้ (+2%y-y -1%q-q) เติบโต y-y จาก Intensity ค่ารักษาเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าต่างชาติและปรับราคา และคาด Gross margin และ EBITDA margin ที่ 52.3% /40.5% ตามลำดับ ใกล้เคียงไตรมาส 2/2568 ดีขึ้น q-q จากคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้หากไตรมาส 2/2569 เป็นไปตามเราคาด จะทำให้กำไรครึ่งปีแรกของปี 2569 คิดเป็น 48% ของกำไรทั้งปี

อย่างไรก็ตาม ยังคงแนะนำซื้อสำหรับ BH (TP26F 210 บาท) ประเมินวิธี DCF WACC 7.1% เนื่องจากคาดได้ประโยชน์จากกลุ่มตะวันออกกลางที่จะฟื้นตัว และยังมี Pent-up Demand หลังสถานการณ์คลี่คลาย ทำให้ทิศทางครึ่งปีหลังของปี 2569 จะเด่นกว่าครึ่งปีแรกของปี 2569 และมีศักยภาพบริหารต้นทุนที่ดีและสัดส่วนรายได้ต่างชาติสูง ทำให้มี EBITDA margin ระดับพรีเมียม อย่างไรก็ตาม การพึ่งพารายได้ต่างชาติในสัดส่วนสูง อาจมีความผันผวนของคุณภาพกำไรจากเหตุการณ์เฉพาะ