บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดการณ์ว่ากำไรปกติของ GULF ในไตรมาส 1/2569 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 9.1 พันล้านบาท (+71% YoY) ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม ปัจจัยหนุนกำไรไตรมาส 1/69 มาจากการที่โรงไฟฟ้า IPP ถูกเรียกเดินเครื่องเพิ่มขึ้น, การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการโซลาร์, และการบันทึกรายได้ค่าไฟฟ้าค้างรับจากเวียดนาม
KEY POINTS
- บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดการณ์ว่ากำไรปกติของ GULF ในไตรมาส 1/2569 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 9.1 พันล้านบาท (+71% YoY) ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม
- ปัจจัยหนุนกำไรไตรมาส 1/69 มาจากการที่โรงไฟฟ้า IPP ถูกเรียกเดินเครื่องเพิ่มขึ้น, การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการโซลาร์, และการบันทึกรายได้ค่าไฟฟ้าค้างรับจากเวียดนาม
- แนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเติบโตโดดเด่นขึ้นไปอีก โดยมีปัจจัยสำคัญคือการรับรู้รายได้เงินปันผลก้อนใหญ่จาก KBANK มูลค่า 2.84 พันล้านบาท
- นอกจากนี้ คาดว่า GULF จะได้ประโยชน์จากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นหากเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ และอาจมีกำไรพิเศษ 1.8 พันล้านบาทจากการขายหุ้นโรงไฟฟ้าปากลายในไตรมาส 2/69
ณัฐกร ศรีภูไฟ นักวิเคราะห์ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดเผยว่า หุ้น GULF หรือ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) คาดกำไรปกติไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้นมากและทำสถิติสูงสุดใหม่เราคาด GULF รายงานกำไรที่ 8.9 พันล้านบาท (ทรงตัว QoQ, +65%YoY) หากไม่รวมขาดทุน -200 ล้านบาท ตามเงินบาทอ่อนค่า คาดกำไรปกติ 9.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นมาก +15%QoQ, +71%YoY
ทั้งนี้ ทำสถิติสูงสุดใหม่และดีกว่าคาดเดิม ประเด็นสำคัญดังนี้
1) การถูกเรียกเดินเครื่องจากกฟผ. ของโรง IPP (GSRC, GPD) เต็มที่ ทำให้ Load factor เพิ่มจาก 53% เป็น 80% ขณะเดียวกันโรงไฟฟ้าSPP (GMP) ก็หยุดซ่อมลดลง
2) การเริ่มรับรู้เต็มไตรมาสของ Solar ในไทย 354 MW ที่ทยอย COD ไตรมาส 4/68
3) บันทึกรายได้ค่าไฟฟ้าค้างรับของMekong (Wind ที่เวียดนาม) ราว 600 ล้านบาท และ
4) OPEX ลดลง -34%QoQ, -2%YoY ลดลงตามฤดูกาล และปีก่อนมีค่าใช้จ่ายที่ปรึกษา
โดยคาดส่วนแบ่งกำไร 6.1 พันล้านบาท -13%QoQ, +99%YoY เพิ่มขึ้นมาก YoY จาก ADVANC (เริ่มควบบริษัท ไตรมาส 2/2568) ลดลง QoQ จาก ADVANC (ฐานสูง), Jackson หยุดซ่อม 1 เดือน, GGCความเร็วลมลดลง, และ PTT NGD ต้นทุนก๊าซเพิ่มขึ้น
ส่วนกำไรปกติไตรมาส 1/2569 คิดเป็น 30% ของประมาณการกำไรทั้งปี 3.0 หมื่นล้านบาท (+9%YoY) สะท้อนถึง Upside ซึ่งเกิดจากผลประกอบการของ IPP ดีกว่าคาด
ส่วนแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2569 โดดเด่นขึ้นอีกอีกจาก
1) โรงไฟฟ้าในไทยที่ได้ประโยชน์จากการถูกเรียกเดินเครื่องเพิ่มขึ้น และหากเกิดเอลนีโญตามที่คาดการณ์ ทำให้ Hydro ผลิตไฟฟ้าลดลง GULF จะได้ประโยชน์สูงสุดจากโรง IPP ใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
2) คาดส่วนแบ่งกำไรกลับมาเพิ่มขึ้นจาก ADVANC และ Jackson และ
3) รายได้เงินปันผลจาก KBANK ก้อนใหญ่ซึ่ง GULF ถือหุ้น 236.805 ล้านหุ้น จ่าย 12 บาท/หุ้น รวม 2.84 พันล้านบาท
นอกจากนั้น คาดบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นโรงไฟฟ้าปากลายอีก 1.8 พันล้านบาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”จากคาดกำไรปกติไตรมาส 1/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น กำไรไตรมาสหน้าไตรมาส 2/2569 จะเพิ่มขึ้นไปอีกตามเงินปันผลรับจาก KBANK ซึ่งจะทพให้กพไรปกติครึ่งปีแรกของปี 2569 แข็งแกร่ง และทำให้กำไรที่คาดไว้มี Upside





