"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (30 เม.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,493.69 จุด โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.95 จุด หรือคิดเป็น 0.13% นักวิเคราะห์ชี้ ดัชนีรีบาวด์จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีอย่าง PTTEP และ SCC หลังราคาน้ำมันยังยืนสูง ขณะที่ DELTA มีแรงซื้อเก็งกำไรก่อนชี้ชะตากรณี Cash Balance
"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (30 เม.ย. 2569) ปิดตลาดที่ 1,493.69 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.95 จุด หรือคิดเป็น 0.13% ดัชนีทำจุดสูงสุด อยู่ที่ 1,493.69 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,481.05 จุด โดยมี มูลค่าซื้อขาย รวม 60,940.47 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- PTTEP ราคาปิด 154.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 1.65% มูลค่าซื้อขาย 4,811.27 ล้านบาท
- SCC ราคาปิด 240.00 บาท เพิ่มขึ้น 12.00 บาท หรือ 5.26% มูลค่าซื้อขาย 4,708.60 ล้านบาท
- PTT ราคาปิด 35.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง หรือ 0.00% มูลค่าซื้อขาย 4,050.97 ล้านบาท
- KBANK ราคาปิด 194.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.51% มูลค่าซื้อขาย 3,874.34 ล้านบาท
- ADVANC ราคาปิด 340.00 บาท ลดลง 8.00 บาท หรือ 2.30% มูลค่าซื้อขาย 3,807.29 ล้านบาท
นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า เราเห็นการปรับขึ้นของดัชนีในช่วงบ่ายเป็นไปตามแรงส่งของหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี สอดคล้องการปรับขึ้นของราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี (infra tech) รวมถึงกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังแนวโน้มงบการเงินในไตรมาส 1 ออกมาดีกว่าคาด พร้อมกันนี้ยังมีแรงซื้อเก็งกำไรในส่วนของ DELTA จากประเด็นเรื่องเกณฑ์ Cash Balance และความเสี่ยงที่จะหลุด SET50
ขณะที่ในสัปดาห์หน้า (5 พ.ค.) คาดดัชนีแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,477-1,463 จุด แนวต้าน 1,506-1,520 จุด โดยควรติดตามการประกาศงบการเงินของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งจะเป็นของกลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมี รวมถึงกลุ่มสื่อสาร
กลยุทธ์การลงทุน : แนะนำลงทุนใน 2 ธีมหลักคือกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นมอง PTT, PTTGC, SCC น่าสนใจ ขณะที่ Domestic play ให้กลุ่มธนาคาร นิคมฯ และโรงไฟฟ้า


