วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” เช้านี้ (30 เม.ย. 2569) ปิดลบ 5.99 จุด ราคาน้ำมันสูงฉุดหุ้นบริโภคร่วง สวนทางแรงซื้อโรงกลั่น-ปิโตรเคมี

“หุ้นไทย” เช้านี้ (30 เม.ย. 2569) ปิดลบ 5.99 จุด ราคาน้ำมันสูงฉุดหุ้นบริโภคร่วง สวนทางแรงซื้อโรงกลั่น-ปิโตรเคมี

"ตลาดหุ้นไทย" วันนี้ (30 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,485.75 จุด โดยปรับตัวลดลง 5.99 จุด หรือ 0.40% นักวิเคราะห์ชี้ดัชนีแกว่งตัวในแดนลบจากแรงขายทำกำไรในหุ้นบิ๊กแคปและกลุ่มบริโภคภายในประเทศ ตรงข้ามกับกลุ่มโรงกลั่น-ปิโตรเคมีซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมัน

"ตลาดหุ้นไทย" ในวันนี้ (30 เม.ย. 2569) ปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 1,485.75 จุด ลดลง 5.99 จุด หรือ 0.40% ดัชนีทำจุดสูงสุด อยู่ที่ 1,490.33 จุด และจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,481.05 จุด โดยมี มูลค่าซื้อขาย รวม 35,048.63 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. SCC ราคาปิด 237.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท หรือ 3.95% มูลค่าซื้อขาย 3,400.11 ล้านบาท
     
  2. PTTEP ราคาปิด 153.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.32% มูลค่าซื้อขาย 3,042.43 ล้านบาท
     
  3. ADVANC ราคาปิด 241.00 บาท ลดลง 7.00 บาท หรือ 2.82% มูลค่าซื้อขาย 2,723.42 ล้านบาท
     
  4. PTT ราคาปิด 35.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.71% มูลค่าซื้อขาย 1,962.74 ล้านบาท
     
  5. KBANK ราคาปิด 195.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.26% มูลค่าซื้อขาย 1,805.14 ล้านบาท

นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดัชนีแกว่งตัวในทางลบเช้านี้ในกรอบ 1480-1490 จุด ยังไม่สามารถยืนได้ สะท้อนแรงขายทำกำไรสลับออกมา ขณะที่ภาพรวมตลาดเอเชียส่วนใหญ่เคลื่อนไหวผสมผสาน

โดยแรงกดดันของดัชนียังมาจากหุ้นขนาดใหญ่บางตัว โดยเฉพาะ DELTA รวมถึงกลุ่มการบริโภคภายในประเทศ เช่น CPALL, ADVANC, AOT ที่อ่อนตัวลง แต่ดาวน์ไซด์ตลาดยังค่อนข้างจำกัด จากแรงซื้อในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่กลับมาเด่น ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นรวมถึงหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว

ด้านการเปลี่ยนกลุ่มลงทุน เห็นการสลับเงินเข้าสู่กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นที่มีปัจจัยหนุนชัด โดยกลุ่มที่หนุนดัชนี ได้แก่ SCC, PTTGC, PTTEP, IRPC และ BANPU สอดคล้องกับธีมราคาพลังงานและปิโตรเคมี รวมถึงมีอัปไซด์จากประเด็นความร่วมมือระหว่าง SCC–PTTGC ที่เข้ามาเป็นแรงกระตุ้นระยะสั้น

ปัจจัยต่างประเทศเมื่อคืน “ไม่มีประเด็นใหม่” หลังเฟดคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด ทำให้ตลาดยังขาดแรงหนุนใหม่จากต่างประเทศ และเคลื่อนไหวตามปัจจัยเฉพาะตัวเน้น thematic play เป็นหลัก โดยเฉพาะช่วงนี้ที่งบฯ บจ. เทค สหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาด เช่น Google, Amazon  

แนวโน้มภาคบ่ายวันนี้ (30 เม.ย.) คาดตลาดเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ ในกรอบแนวรับ 1,470 จุด แนวต้าน 1,490-1,500 จุด โดยกลยุทธ์ยังเน้น selective play

  1. กลุ่มเก็งงบ 1Q26 ที่มีโอกาสออกมาดีกว่าคาด เช่น TOP, IVL
     
  2. กลุ่ม Local play และหุ้นที่ได้อานิสงส์จากนโยบายภาครัฐ เช่น GUNKUL, WHA, AMATA, WHAUP  

ปัจจัยติดตามช่วงวันหยุดยาวนี้ อาจมีความไม่แน่นอนของ สถานการณ์ตะวันออกกลาง (ซึ่งเป็นเฟสของการเจรจา ผสมกับการกดดัน) ส่วนงบฯ บจ. ใหญ่ในสหรัฐฯ จะมี Apple และ Sandisk ที่อาจจะมีผลต่อ DR ตามพฤติกรรมการเทรดของนักลงทุนไทยที่มีหุ้นเทคใหญ่ และกลุ่ม memory เช่น Micron

สัปดาห์หน้า ติดตามมาตรการของภาครัฐ ซึ่งคาดจะมีการขยับต่อเนื่อง เช่น คนละครึ่ง (ที่เปลี่ยนไปเป็นไทยช่วยไทย) และเงินกู้เสริมสภาพคล่องธุรกิจ-รายย่อย รวมทั้งความชัดเจนของค่าไฟ เป็นต้น